📜 กาพย์ยานี ๑๑
บทละ ๒ บาท บาทละ ๑๑ คำ (วรรคหน้า ๕ วรรคหลัง ๖)
กาพย์ยานี ๑๑ บทหนึ่งมี ๒ บาท ๔ วรรค วรรคหน้า ๕ คำ วรรคหลัง ๖ คำ คำท้ายวรรคที่ ๑ สัมผัสกับคำที่ ๓ ของวรรคที่ ๒ คำท้ายวรรคที่ ๒ สัมผัสกับคำท้ายวรรคที่ ๓ และคำท้ายวรรคที่ ๔ ส่งสัมผัสไปยังคำท้ายวรรคที่ ๒ ของบทต่อไป
ผังฉันทลักษณ์
วิธีอ่านผัง: วงกลมหนึ่งวง = หนึ่งคำ (พยางค์) วงกลมในแถวเดียวกัน = หนึ่งบาท เส้นทึบเชื่อมคำที่ต้องสัมผัสกัน เส้นประคือสัมผัสเสริม เครื่องหมายเหนือวงกลมคือเสียงวรรณยุกต์ที่ผังกำหนด (สำเนียงเชียงใหม่)
ที่มาของผัง: ฉันทลักษณ์กาพย์ยานี ๑๑ (บังคับสัมผัสวรรคที่ ๑ ๒ ๓ และสัมผัสระหว่างบท) ตามวิกิพีเดีย "กาพย์ยานี" อ้าง สุภาพร มากแจ้ง (๒๕๓๕)
ตัวอย่างจริง
ตัวอย่างทุกบทตรวจด้วยตัวตรวจเดียวกับที่ใช้แต่ง: เขียว = สัมผัส เหลือง = ใกล้เคียง เทา = ไม่พบ
กาพย์เห่เรือ: เห่ชมปลา
โดย เจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร (สมัยอยุธยา)
ปลากรายว่ายเคียงคู่ เคล้ากันอยู่ดูงามดี แต่นางห่างเหินพี่ เห็นปลาเคล้าเศร้าใจจร หางไก่ว่ายแหวกว่าย หางไก่คล้ายไม่มีหงอน คิดอนงค์องค์เอวอร ผมประบ่าอ่าเอี่ยมไร
ที่มา: กาพย์เห่เรือ (อ้างในวิกิพีเดีย กาพย์ยานี)
กาพย์พระไชยสุริยา
โดย สุนทรภู่
ขึ้นกกตกทุกข์ยาก แสนลำบากจากเวียงไชย มันเผือกเลือกเผาไฟ กินผลไม้ได้เป็นแรง รอนรอนอ่อนอัสดง พระสุริยงเย็นยอแสง ช่วงดังน้ำครั่งแดง แฝงเมฆเขาเงาเมรุธร
ที่มา: กาพย์พระไชยสุริยา (อ้างในวิกิพีเดีย กาพย์ยานี)
กาพย์เห่เรือ: ปลาสร้อย
โดย เจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร (สมัยอยุธยา)
ปลาสร้อยลอยล่องชล ว่ายเวียนวนปนกันไป เหมือนสร้อยทรงทรามวัย ไม่เห็นเจ้าเศร้าบ่วาย เนื้ออ่อนอ่อนแต่ชื่อ เนื้อน้องฤๅอ่อนทั้งกาย ใครต้องข้องจิตชาย ไม่วายนึกตรึกตรึงทรวง
ที่มา: กาพย์เห่เรือ (อ้างในวิกิพีเดีย กาพย์ยานี)