September 8, 2009

ล้านนา หรือ ลานนา ? : 3 ข้อคิดเห็น

lanna-2-1

อ้างอิงจาก ล้านนา หรือ ลานนา ?

ข้อถกเถียงนี้ เกิดจากในอดีตธรรมเนียมการเขียนไม่เคร่งครัดการใส่วรรณยุกต์ คัมภีร์ใบลานจำนวนมากจึงมีทั้งคำ “ล้านนา” และ “ลานนา” ปรากฏอยู่ มีหลักฐานว่าในภายหลัง คือช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ ๒๑ อักษรธรรมล้านนาจึงมีรูปวรรณยุกต์ อย่างไรก็ตามผู้คนในช่วงนั้นยังคงเคยชินกับการใส่หรือไม่ใส่วรรณยุกต์ก็ได้ จึงเป็นที่เข้าใจกันว่า ธรรมเนียมการเขียนแบบไม่ต้องกำกับวรรณยุกต์โท แต่ให้อ่านออกเสียงแบบวรรณยุกต์โทกำกับ ธรรมเนียมนี้มีสืบมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น

ล้านนา มีศัพท์ที่มีภาษาบาลีกำกับ โดยสืบพบจากท้ายคัมภีร์ใบลานจากเมืองน่านและที่อื่นๆ อีก จำนวนไม่น้อยกว่า ๕๐ แห่ง ในภาษาบาลีว่า “ทสลกฺขเขตฺตนคร อ่านว่า (ทะ-สะ-ลัก-ขะ-เขต-ตะ-นะ-คอน) แปลความได้ว่า “เมืองสิบแสนนา หมายถึงดินแดนที่มีจำนวนที่นานับล้าน เป็นคำคู่กับเมืองหลวงพระบางที่ชื่ออาณาจักร”ล้านช้าง” คือดินแดนที่มีช้างนับล้านตัว หรือช้างร้อยหมื่น
ตั้งแต่ พ.ศ ๒๕๑๐ เป็นต้นมา ในหมู่นักวิชาการระดับสูงจำนวนหนึ่งพบคำว่า “ล้านนา” เป็นคำที่ถูกต้องแล้ว และชัดเจนมากขึ้นเมื่อ ดร.ฮันส์ เพนธ์เสนอบทความใน พ.ศ.๒๕๒๓ ยืนยันการพบคำล้านนาในศิลาจารึกวัดเชียงสา ศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร ได้ตรวจสอบศิลาจารึกดังกล่าวแล้วเห็นว่า มีคำ “ล้านนา” คู่กับคำว่า”ล้านช้าง”จริง จึงเสนอให้ใช้คำ”ล้านนา” แทนคำ “ลานนา” ใน พ.ศ.๒๕๒๖ ความเห็นนี้สอดคล้องกับนักวิชาการในจังหวัดเชียงใหม่ที่เสนอให้ใช้”ล้านนา ไทย” เป็นชื่อหนังสืออนุสรณ์พระราชพิธีเปิด พระบรมราชานุสาวรีย์สามกษัตริย์ที่เชียงใหม่ พ.ศ.๒๕๒๖-๒๕๒๗ หลังจากนั้นมา คำ “ล้านนา” ก็เป็นที่ยอมรับกันอย่างแพร่หลาย
อย่างไรก็ตาม ใน ช่วงพ.ศ. ๒๕๓๐ มีการโต้เถียงในเรื่องนี้กันอีกครั้งหนึ่ง และคณะกรรมการชำระประวัติศาสตร์ไทยโดยมีศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร เป็นประธานการสอบชำระ ได้ให้ข้อยุติว่า คำ “ล้านนา” เป็นคำที่ถูกต้องแล้ว

ทิว วิชัยขัทคะ

ความเห็นจากอีกท่านหนึ่ง

อาจารย์ธเนศวร์ เจริญเมือง แห่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อธิบายไว้ดังนี้
คนไทยรู้จักอาณาจักรลานนาเป็นเวลานานแล้ว อาณาจักรแห่งนี้รุ่งเรืองในยุคเดียวกันกับอาณาจักรสุโขทัยและอยุธยาตอนต้นและตอนกลาง อาณาจักรลานนามีบริเวณที่ตั้งอยู่ในดินแดน ๘ จังหวัดของภาคเหนือตอนบนของไทยในปัจจุบัน ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน และแม่ฮ่องสอน ในช่วง ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมา นักวิชาการไทยได้ตื่นตัวหันมาสนใจศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่นและปัญหาท้องถิ่นในปัจจุบันมากขึ้น ผลพวงอันหนึ่งของการศึกษาก็คือข้อเสนอที่ว่าอาณาจักรลานนานั้นควรจะเรียกเสียใหม่ให้ถูกต้องว่า “อาณาจักรล้านนา” ซึ่งแปลว่า ที่นาจำนวน ๑ ล้าน ด้วยเหตุผลดังนี้ (more…)

Post to Twitter


บทความที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
» ประวัติเมืองเชียงใหม่ » รายนามกษัตริย์และเจ้าเมืองเชียงใหม่ ดังนี้ » ล้านนา หรือ ลานนา ?

April 29, 2009

ประวัติเมืองเชียงใหม่

chiangmaiview “ดอยสุเทพเป็นศรี ประเพณีเป็นสง่า บุปผาชาติล้วนงามตา นามล้ำค่า นครพิงค์” … เชียงใหม่เป็นเมืองแห่งศิลปวัฒนธรรมมาช้านานกว่า ๗๐๐ ปีแล้ว เมืองแห่งนี้เป็นศูนย์รวมแห่งความเจริญทางศาสนา และศิลปวัฒนธรรม ก่อนพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ดินแดนล้านนานั้นยังไม่รวบรวมขึ้นเป็นอาณาจักร ตราบจนในปี พ.ศ. ๑๘๓๙ พญามังรายได้ทรงปรึกษากับพระสหายคือพญางำเมือง และพ่อขุนรามคำแหงในการสร้างเมืองใหม่ในบริเวณที่ราบดอยสุเทพ ให้เป็นเมืองหลวงของอาณาจักรล้านนา จึงทรงสถาปนาเมืองเชียงใหม่ขึ้น โดยมีชื่อเต็มว่า นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่ หรือ เวียงพิงค์

เมืองเชียงใหม่มีความเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุดในสมัยพระเจ้าติโลกราช และพระยาแก้ว โดยเฉพาะความเจริญทางด้านพระพุทธศาสนา ซึ่งในปัจจุบันนั้นยังมีให้เห็นตามวัดร้างต่าง ๆ ในอดีตนั้นวัดเป็นศูนย์กลางของชุมชน เมืองเชียงใหม่จึงมีวัดมากมายกว่าร้อยแห่ง จะเห็นได้ว่ามีร่องรอยของศิลปวัฒนธรรมล้านนาปรากฏอยู่ตามวัดสำคัญ เช่น วัดเจ็ดยอด วัดเจดีย์หลวง วัดพระสิงห์ วัดสวนดอก วัดบุพพาราม เป็นต้น

ในรัชสมัยของพระนางจิระประภาเมืองเชียงใหม่เริ่มเสื่อมอำนาจลง (พ.ศ. ๒๐๘๙-๒๐๙๐) เชียงใหม่จึงยอมอ่อนน้อมต่อกรุงศรีอยุธยา ต่อมาในรัชสมัยของเจ้าฟ้าเมกุฏิ (พ.ศ. ๒๐๙๔-๒๑๐๑) เมืองเชียงใหม่มีความอ่อนแอลงมาก จึงถูกพระเจ้าบุเรงนองแห่งพม่า ยึดอำนาจไว้ได้อย่างง่ายดาย

(พ.ศ. ๒๑๐๑) เมืองเชียงใหม่จึงตกอยู่ใต้การปกครองของพม่าเป็นเวลากว่า ๒๐๐ ปี จนในปี พ.ศ. ๒๓๑๔ พญาจ่าบ้านและพญากาวิลละทำการสู้รบกับโปมุง่วนของพม่า แต่ไม่สามารถต่อสู้กำลังของพม่าได้ จึงขอกำลังสมทบจากกรุงศรีอยุธยาภายใต้การนำของพระยาตาก เมืองเชียงใหม่จึงขับไล่พม่าออกไปได้สำเร็จ พญาจ่าบ้านจึงขึ้นครองเมืองเชียงใหม่ โดยมีพระนามว่า พระยาวิชิรปราการ ในปี พ.ศ. ๒๓๑๘ พม่าได้นำทัพมาตีเมืองเชียงใหม่อีกครั้ง พระยาวชิรปราการไม่สามารถต้านทานกำลังของพม่าได้ จึงล่าถอยไปตั้งมั่นอยู่ที่ป่าซาง เชียงใหม่จึงตกเป็นเมืองร้างกว่า ๒๐ ปี

จนถึงในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระองค์ทรงแต่งตั้งให้พญากาวิลละขึ้นปกครองเชียงใหม่ แต่ในขณะนั้นยังมีกองกำลังของพม่าอยู่ในเมืองเชียงใหม่ พญากาวิลละจึงรวบรวมกำลังขับไล่พม่าออกไป โดยใช้เวลาประมาณ ๑๔ ปี หลังจากนั้นพระองค์จึงทรงฟื้นฟูเมืองเชียงใหม่ขึ้นจนมีความรุ่งเรืองดังเดิม เมืองเชียงใหม่มีฐานะเป็นเมืองประเทศราชของไทยจนกระทั่งปี พ.ศ. ๒๔๗๖ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ปรับปรุงการปกครองแบบจังหวัดเชียงใหม่จึงมีฐานะเป็นจังหวัดจนถึงปัจจุบัน

ที่มา : “ประวัติเมืองเชียงใหม่”

Post to Twitter


บทความที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
» ล้านนา หรือ ลานนา ? : 3 ข้อคิดเห็น » รายนามกษัตริย์และเจ้าเมืองเชียงใหม่ ดังนี้ » ล้านนา หรือ ลานนา ?

October 6, 2008

รายนามกษัตริย์และเจ้าเมืองเชียงใหม่ ดังนี้

chiangmaiking

๑. พระญามังราย (พ.ศ.๑๘๐๔-๑๘๕๔)
๒. พระญาไชยสงคราม (พ.ศ.๑๘๕๔-๑๘๖๘)
๓. พระญาแสนภู (พ.ศ.๑๘๖๘-๑๘๗๗)
๔. พระญาคำฟู (พ.ศ.๑๘๗๗-๑๘๗๙)
๕. พระญาผายู (พ.ศ.๑๘๗๙-๑๘๙๘)
๖. พระญากือนา (พ.ศ.๑๘๙๘-๑๙๒๘)
๗. พระญาแสนเมืองมา (พ.ศ.๑๙๒๘-๑๙๔๔)
๘. พระญาสามฝั่งแกน (พ.ศ.๑๙๔๕-๑๙๘๔)
๙. พระญาติโลกราช (พ.ศ.๑๙๘๔-๒๐๓๐)
๑๐. พระญายอดเชียงราย (พ.ศ.๒๐๓๐-๒๐๓๘)
๑๑. พระญาเมืองแก้ว (พ.ศ.๒๐๓๘-๒๐๖๘)
๑๒. พระญาเมืองเกษเกล้า ครั้งที่ ๑ (พ.ศ.๒๐๖๘-๒๐๘๑) ครั้งที่ ๒ (พ.ศ.๒๐๘๖-๒๐๘๘)
๑๓. ท้าวซายคำ (พ.ศ.๒๐๘๑-๒๐๘๖)
๑๔. พระนางจิรประภา (พ.ศ.๒๐๘๘-๒๐๘๙)
๑๕. พระไชยเชษฐา (พ.ศ.๒๐๘๙-๒๐๙๐)
๑๖. ท้าวแม่กุ (พระเมกุฎิ) (พ.ศ.๒๐๙๔-๒๑๐๗)
๑๗. พระนางวิสุทธเทวี (พ.ศ.๒๑๐๗-๒๑๒๑)

ผู้ครองเมืองเชียงใหม่ยุคพม่าครอง

พระเจ้าเมกุฏิสุทธิวงศ์พระนางวิสุทธิเทวีสาวถีนรตรามังซอศรีมังสรธาช่อพระช้อยพระชัยทิพพระช้อย (ครั้งที่2) • พระเจ้าศรีสองเมืองพระยาหลวงทิพย์เนตรพระแสนเมืองเจ้าเมืองแพร่อุปราชอึ้งแซะบุตรเจ้าเจพูตรายมังแรนร่าเทพสิงห์องค์ดำเจ้าจันทร์เจ้าขี้หุดโป่อภัยคามุนีโป่มะยุง่วน

เจ้าเมืองเชียงใหม่สมัยราชวงศ์กาวิละ (เจ้าเจ็ดตน)
๑. พระเจ้ากาวิละ (พ.ศ.๒๓๒๕-๒๓๕๖)
๒. พระยาธรรมลังกา (เจ้าเชียงใหม่ช้างเผือก) (พ.ศ.๒๓๕๙-๒๓๖๕)
๓. พระยาคำฝั้น (เจ้าหลวงเศรษฐี) (พ.ศ.๒๓๖๖-๒๓๖๘)
๔. พระยาพุทธวงศ์ (เจ้าหลวงแผ่นดินเย็น) (พ.ศ.๒๓๖๙-๒๓๘๙)
๕. พระเจ้ามโหตรประเทศ (พ.ศ.๒๓๙๐-๒๓๙๗)
๖. พระเจ้ากาวิโรรสสุริยวงศ์ (เจ้าชีวิตอ้าว) (พ.ศ.๒๓๙๙-๒๔๑๓)
๗. พระเจ้าอินทรวิชยานนท์ (พ.ศ.๒๔๑๖-๒๔๓๙)
๘. พระเจ้าอินทวโรรสสุริยวงศ์ (พ.ศ.๒๔๔๔-๒๔๕๒)
๙. เจ้าแก้วนวรัฐ (พ.ศ.๒๔๕๔-๒๔๘๒)

เว็บที่เกี่ยวข้อง

Post to Twitter


บทความที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
» ล้านนา หรือ ลานนา ? : 3 ข้อคิดเห็น » ประวัติเมืองเชียงใหม่ » ล้านนา หรือ ลานนา ?

ล้านนา หรือ ลานนา ?

lantern
ข้อถกเถียงนี้ เกิดจากในอดีตธรรมเนียมการเขียนไม่เคร่งครัดการใส่วรรณยุกต์ คัมภีร์ใบลานจำนวนมากจึงมีทั้งคำ "ล้านนา" และ "ลานนา" ปรากฏอยู่ มีหลักฐานว่าในภายหลัง คือช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ ๒๑ อักษรธรรมล้านนาจึงมีรูปวรรณยุกต์ อย่างไรก็ตามผู้คนในช่วงนั้นยังคงเคยชินกับการใส่หรือไม่ใส่วรรณยุกต์ก็ได้ จึงเป็นที่เข้าใจกันว่า ธรรมเนียมการเขียนแบบไม่ต้องกำกับวรรณยุกต์โท แต่ให้อ่านออกเสียงแบบวรรณยุกต์โทกำกับ ธรรมเนียมนี้มีสืบมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น

ล้านนา มีศัพท์ที่มีภาษาบาลีกำกับ โดยสืบพบจากท้ายคัมภีร์ใบลานจากเมืองน่านและที่อื่นๆ อีก จำนวนไม่น้อยกว่า ๕๐ แห่ง ในภาษาบาลีว่า "ทสลกฺขเขตฺตนคร อ่านว่า (ทะ-สะ-ลัก-ขะ-เขต-ตะ-นะ-คอน) แปลความได้ว่า "เมืองสิบแสนนา หมายถึงดินแดนที่มีจำนวนที่นานับล้าน เป็นคำคู่กับเมืองหลวงพระบางที่ชื่ออาณาจักร"ล้านช้าง" คือดินแดนที่มีช้างนับล้านตัว หรือช้างร้อยหมื่น
ตั้งแต่ พ.ศ ๒๕๑๐ เป็นต้นมา ในหมู่นักวิชาการระดับสูงจำนวนหนึ่งพบคำว่า"ล้านนา"เป็นคำที่ถูกต้องแล้ว และชัดเจนมากขึ้นเมื่อ ดร.ฮันส์ เพนธ์เสนอบทความใน พ.ศ.๒๕๒๓ ยืนยันการพบคำล้านนาในศิลาจารึกวัดเชียงสา ศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร ได้ตรวจสอบศิลาจารึกดังกล่าวแล้วเห็นว่า มีคำ "ล้านนา" คู่กับคำว่า"ล้านช้าง"จริง จึงเสนอให้ใช้คำ"ล้านนา" แทนคำ "ลานนา" ใน พ.ศ.๒๕๒๖ ความเห็นนี้สอดคล้องกับนักวิชาการในจังหวัดเชียงใหม่ที่เสนอให้ใช้"ล้านนาไทย" เป็นชื่อหนังสืออนุสรณ์พระราชพิธีเปิด พระบรมราชานุสาวรีย์สามกษัตริย์ที่เชียงใหม่ พ.ศ.๒๕๒๖-๒๕๒๗ หลังจากนั้นมา คำ "ล้านนา" ก็เป็นที่ยอมรับกันอย่างแพร่หลาย
อย่างไรก็ตาม ใน ช่วงพ.ศ. ๒๕๓๐ มีการโต้เถียงในเรื่องนี้กันอีกครั้งหนึ่ง และคณะกรรมการชำระประวัติศาสตร์ไทยโดยมีศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร เป็นประธานการสอบชำระ ได้ให้ข้อยุติว่า คำ "ล้านนา" เป็นคำที่ถูกต้องแล้ว

ทิว วิชัยขัทคะ

Post to Twitter


บทความที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
» ล้านนา หรือ ลานนา ? : 3 ข้อคิดเห็น » ประวัติเมืองเชียงใหม่ » รายนามกษัตริย์และเจ้าเมืองเชียงใหม่ ดังนี้
 
asaengrit@hotmail.com
kaminrider@hotmail.com
jarus@hotmail.com
info@maxx.me
086 654 7376
087 187 7707
053 221 097