
ประเพณีเมืองเชียงตุง : เดือน 8 (พฤษภาคม-มิถุนายน)
ประเพณีเลี้ยงเมืองเลี้ยงบ้าน
————————————-
1. ชื่อ ประเพณีการเลี้ยงเมืองเลี้ยงบ้าน
ประเพณีเลี้ยงเมืองเลี้ยงบ้าน เป็นการเซ่นไหว้หรือบวงสรวงดวงวิญญาณของเจ้าผู้ปกครองหรือเจ้าฟ้า ซึ่งชาวเชียงตุงเชื่อว่าดวงวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าฟ้ายังปกปักรักษาเมืองเชียงตุงอยู่
2. ระยะเวลา
ประเพณีการเลี้ยงเมืองเลี้ยงบ้านของชาวเชียงตุงจะจัดในช่วงเดือน 8 (ประมาณเดือน พฤษภาคม – มิถุนายน) ของแต่ละปี โดยจะเลือกเอาเดือน 8 ข้างแรม (เดือน 8 ล่อง) ตรงกับวันกาดเต่าหรือวันกาดดี ซึ่งจะประกอบพิธีเลี้ยง 1 วัน
2. ผู้ที่มีบทบาทในพิธี
ผู้ที่มีบทบาทในประเพณีการเลี้ยงเมืองเลี้ยงบ้านประกอบด้วย
1. พ่อเมือง หมื่นก๋ำ พ่อปูก และนายแจน ทั้ง 4 นี้เป็นผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบในการประกอบพิธีกรรมเลี้ยงเมืองโดยเฉพาะ แต่ละคนมีหน้าที่หลักดังนี้ พ่อเมืองเป็นผู้ทำพิธีเซ่นสรวง หมื่นก๋ำเป็นผู้จัดหาควาย พ่อปูกเป็นผู้ฆ่าควาย และนายแจนเป็นผู้จัดพิธี
2. ประชาชนชาวเมืองเชียงตุง แต่ก่อนชาวเชียงตุงทุกบ้านทุกครัวเรือนจะมีส่วนร่วมในการเลี้ยงเมือง เลี้ยงบ้าน โดยจะมีการเก็บเงินทุกครอบครัวเพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในการประกอบพิธีแล้วจะต้องส่งสมาชิกคนใดคนหนึ่งในบ้านเข้าร่วมพิธีเลี้ยงเมืองเลี้ยงบ้านด้วย ถ้าหากใครอยู่ใกล้จุดเลี้ยงเมืองจุดใด ก็จะไปร่วมพิธีที่นั่น
4. ที่มาของประเพณี
ประเพณีการเลี้ยงเมืองเลี้ยงบ้านมาจากความเชื่อที่สืบต่อกันว่า แต่ละเมืองจะมีวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของอดีตเจ้าผู้ปกครองรักษาอยู่ ถ้าบ้านใดเมืองใดจัดให้มีการทำพลีกรรมดวงวิญญาณให้ถูกต้องและเป็นประจำทุกปี จะทำให้บ้านเมืองสงบสุข
เมืองเชียงตุงเป็นเมืองที่เก่าแก่มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานมีเจ้าผู้ปกครองประมาณ 41 พระองค์ ครั้นเมื่อล่วงลับดับขันธ์ไปแล้วชาวเชียงตุงเชื่อว่า ดวงวิญญาณของเจ้าผู้ปกครองเหล่านั้นยังปกปักรักษาเมืองเชียงตุงอยู่ จึงทำให้ชาวเชียงตุงมีความเคารพศรัทธา เมื่อถึงกำหนดเวลาก็จะประกอบพิธีเลี้ยงเมืองเลี้ยงบ้านเพื่อบวงสรวง ดวงวิญญาณเจ้าผู้ครองนครเหล่านั้น (more…)


ประเพณีเมืองเชียงตุง : เดือน 7 (เมษายน-พฤษภาคม)
ประเพณีขึ้นธาตุเจดีย์
—————————-
1. ชื่อ ประเพณีเป็กข์ตุ๊บวชพระ
คำว่า เป็กข์ มาจากภาษาบาลีว่า อุปสมฺปทาเปกฺข หมายถึง การอุปสมบทพระภิกษุ
คำว่า ตุ๊ มาจากคำว่า สวาธุเจ้า ทางไทเขินและล้านนาใช้เป็นคำเรียกขานพระสงฆ์หรือพระภิกษุ
ดังนั้น คำว่า เป็กข์ตุ๊ หมายถึง การอุปสมบทพระภิกษุ
ส่วนคำว่า บวช มาจากภาษาบาลีว่า ปวช หมายถึง การเว้นจากการเบียดเบียนชีวิตผู้อื่นให้ลำบาก ภาษาไทยนำมาใช้ในคำว่า บรรพชา ซึ่งมาจากภาษาบาลีว่า ปพฺพชฺช หมายถึง การบวช
ส่วนคำว่า พระ ทางไทเขินและล้านนาใช้เป็นคำเรียกขาน สามเณร
ดังนั้นคำว่า บวชพระ จึงหมายถึงการบวชสามเณร
ประเพณีเป็กข์ตุ๊บวชพระ จึงหมายถึงประเพณีการอุปสมบทพระภิกษุและการบรรพชาสามเณร
2. ระยะเวลา
ประเพณีเป็กข์ตุ๊บวชพระของชาวไทเขิน นครเชียงตุง นิยมจัดในเดือน 7 (ประมาณเดือน เมษายน – พฤษภาคม) ของแต่ละปี แต่ในบางเดือนก็จัดให้มีการเป็กข์ตุ๊บวชพระด้วยเช่นกัน เช่น เดือน 4 เป็นต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความพร้อมของเจ้าภาพ ยกเว้นช่วงเข้าพรรษาจะไม่มีการเป็กข์ตุ๊บวชพระ โดยทั่วไปจะกำหนดจัดงาน 2 วัน คือ วันดาหรือวันเตรียมงานและวันทำพิธีบรรพชาอุปสมบท (more…)


ประเพณีเมืองเชียงตุง : เดือน 7 (เมษายน-พฤษภาคม)
ประเพณีขึ้นธาตุเจดีย์
—————————-
1. ชื่อ ประเพณีขึ้นธาตุเจดีย์
ประเพณีขึ้นธาตุเจดีย์ หมายถึงการทำบุญอบรมสมโภชพระธาตุหรือเจดีย์ อันเป็นสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุ เพื่อเป็นการแสดงความเคารพและความศรัทธาในพระรัตนตรัยตลอดถึงการสั่งสมบุญบารมีของผู้เข้าร่วมประเพณีด้วย ตรงกับคำว่า ประเพณีสรงน้ำพระธาตุของล้านนา
2. ระยะเวลา
วันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 7 ของแต่ละปี (ประมาณเดือน เมษายน – พฤษภาคม สำนวนไทเขินเรียกว่า เดือน 7 เปียง สำนวนล้านนาเรียกว่า เดือน 7 เป็ง คำว่า เปียง หรือ เป็ง หมายถึง เพ็ญ หรือ วันเพ็ญ ซึ่งเป็นวันที่พระจันทร์เต็มดวง) บางวัดถ้าจัดงานใหญ่ เช่น มีการอบรมสมโภชพระพุทธรูป เป็นต้น ก็จะจัดงาน 2 วัน ตั้งแต่วัน 14 – 15 ค่ำ แต่ถ้าจัดงานไม่ใหญ่นักก็จะจัดในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เพียงวันเดียว (more…)


ประเพณีเมืองเชียงตุง : เดือน 6 (มีนาคม-เมษายน)
ประเพณีสังขานต์ปีใหม่
1. ชื่อ ประเพณีสังขานต์ปีใหม่
ประเพณีสังขานต์ปีใหม่ หมายถึง การเริ่มต้นใช้ศักราชใหม่ของชาวเชียงตุงซึ่งนิยมใช้จุลศักราช (จ.ศ.)ในการกำหนดปี แต่ถ้าใช้ตามทางราชการจะใช้คริสตศักราช (ค.ศ.) ตามคติตะวันตก ส่วนพุทธศักราช (พ.ศ.)ก็มีใช้อยู่บ้างแต่ไม่นิยม ประเพณีสังขานต์ปีใหม่ตรงกับคำว่า ประเพณีสงกรานต์ ของชาวไทย ภาคกลาง และ ประเพณีปีใหม่เมือง ของชาวล้านนา
2. ระยะเวลา
ในตำนานพรหมยัญกล่าวว่า เดือนวิสาขะ (เดือน 6) และเดือนวิจิตตรา (เดือน 7) ในระหว่าง 2 เดือนนี้ (ประมาณเดือนมีนาคม-พฤษภาคม) ถ้าหากราศีมีนย้ายเข้าสู่ราศีเมษเมื่อใด เมื่อนั้นก็จะเริ่มศักราชใหม่ หรือเริ่มต้นปีใหม่ทันที ถ้าลิปดาไม่เต็ม 60 องศา พระอาทิตย์ก็ยังไม่ย้าย ราศีก็จะยังไม่ย้ายเช่นกัน ดังนั้นการเริ่มต้นศักราชใหม่ตามตำราพรหมยัญเชื่อว่า พระพรหมได้กำหนดให้เป็นประเพณีสืบมานานแล้วและมีการใช้ตลอดมาตั้งแต่สมัยพระพุทธ เจ้ากกุสันธะ พระพุทธเจ้าโกนาคมนะ พระพุทธเจ้ากัสสปะ จนมาถึงสมัยพระพุทธเจ้าโคตมะอันเป็นพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันก็ยึดถือเป็นประเพณีสืบมาเช่นกัน
การจัดประเพณีปีใหม่สังขานต์ของชาวไทเขิน นครเชียงตุง บางปีก็จัด 4 วัน บางปีก็จัด 5 วัน
กล่าวคือ (more…)


ประเพณีเมืองเชียงตุง
จากการที่เมืองเชียงตุงมีคติความเชื่อทางพุทธศาสนาผสมผสานกับคติความเชื่อเกี่ยวกับพราหมณ์และคติท้องถิ่น ทำให้เมืองเชียงตุงมีประเพณีที่หลากหลาย การนำเสนอประเพณีเมืองเชียงตุงครั้งนี้ทำให้มองเห็นแนวคิด คติความเชื่อ โลกทัศน์ ตลอดจนถึงวัตถุประสงค์ เครื่องประกอบพิธี กระบวนการประกอบพิธี บทบาทการร่วมพิธีของผู้คนในชุมชน และการปรับเปลี่ยนประเพณีที่เกิดขึ้น
ตารางแสดงประเพณีเมืองเชียงตุง
|
ที่
|
เดือน
|
ประเพณี
|
|
1
|
เดือน หก (มีนาคม-เมษายน) |
ประเพณีสังขานต์ปีใหม่ (การขึ้นต้นศักราชใหม่) |
|
2
|
เดือน เจ็ด (เมษายน-พฤษภาคม) |
ประเพณีขึ้นธาตุเจดีย์ (การอบรมสมโภชพระธาตุเจดีย์)
ประเพณีเป็กข์ตุ๊บวชพระ (การอุปสมบทและบรรพชา) |
|
3
|
เดือน แปด (พฤษภาคม-มิถุนายน) |
ประเพณีเลี้ยงเมืองเลี้ยงบ้าน (การสังเวยผีอารักษ์บ้านเมือง) |
|
4
|
เดือน เก้า (มิถุนายน-กรกฎาคม) |
ประเพณีเข้าวัสส๋า (การเข้าพรรษา)
ประเพณีสวดกลางใจศีล (การสืบชะตาในวันพระ)
ประเพณีการส่งเคราะห์เมือง (การสืบชะตาเมือง) |
|
5
|
เดือน สิบ (กรกฏาคม-สิงหาคม) |
ประเพณีสูตมนต์ไล่ผีปล่อยเผต (การสวดมนต์ขับไล่ผีเปรต) |
|
6
|
เดือน สิบเอ็ด (สิงหาคม-กันยายน) |
ประเพณีตั้งธัมม์เวสสันตระ (การเทศนาธรรมมหาชาติ)
ประเพณีทานธัมม์ค้ำนาม (การเทศนาธรรมประจำวันและปีเกิด) |
|
7
|
เดือน สิบสอง (กันยายน-ตุลาคม) |
ประเพณีออกวัสส๋า (การออกพรรษา) |
|
8
|
เดือน เกี๋ยง (ตุลาคม-พฤศจิกายน) |
ประเพณีบิณฑบาตวัดพระเจ้าหลวง
ประเพณีทานผ้ากฐิน (การทอดกฐิน)
ประเพณีทานซองสลาก (การถวายทานสลากภัตต์) |
|
9
|
เดือน ยี่ (พฤศจิกายน-ธันวาคม) |
ประเพณีเข้ากัมม์ (การเข้ารุกขมูลกรรมและปริวาสกรรม) |
|
10
|
เดือน สาม (ธันวาคม-มกราคม) |
ประเพณีเลี้ยงหนองตุง(การสังเวยสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่รักษาหนองตุง) |
|
11
|
เดือน สี่ (มกราคม-กุมภาพันธ์) |
ประเพณีทานธัมม์น้ำอ้อย (การถวายทานน้ำอ้อย) |
|
12
|
เดือน ห้า (กุมภาพันธ์-มีนาคม) |
ประเพณีขึ้นธาตุเจดีย์หนองผา(การอบรมสมโภชเจดีย์หนองผา)
ประเพณีเลี้ยงกาด (การสังเวยเทวดาที่รักษาตลาด)
ประเพณีรำดอก (การถวายทานดอกไม้เป็นพุทธบูชา) |
———————————-
ข้อมูลจากหนังสือประเพณี 12 เดือนเมืองเชียงตุง มจร. วิทยาเขตเชียงใหม่


เชียงตุงหรือเขมรัฐนครเชียงตุง เป็นเมืองหนึ่งในรัฐฉานตะวันออก ประเทศสหภาพพม่า มีอาณาเขตทิศเหนือติดต่อกับประเทศจีนและทิศตะวันออกติดต่อกับประเทศไทย สภาพภูมิประเทศมีลักษณะเป็นหุบเขา ตัวเมืองเชียงตุงตั้งอยู่พื้นที่ราบและมีภูเขาล้อมรอบ มีประชากรหลากหลายชาติพันธุ์ เช่น ไทเขิน ไทใหญ่ พม่า ไทแรม ไทแอ่น ไทดอย ไทเหนือ ไทลื้อ ไททะนุ อีก้อ ขาง ปะหล่อง ปะโอ ลีซอ แข่ มูเซอ ยาง เป็นต้น
ความเป็นมาของนครเชียงตุง
ตำนานเมืองเชียงตุง กล่าวถึงการสร้างเมืองเชียงตุงว่า ในกาลครั้งนั้น ดินแดนแห่งนี้มีบ้านเมืองตั้งอยู่ก่อนแล้ว ชื่อว่า “จัณฑคาม” หรือ “ประจันตคาม” มีเจ้าเมืองปกครองเรื่อยมา ครั้นต่อมาเจ้าเมืองสิ้นพระชนม์ลง ไม่มีผู้ปกครอง บรรดาเสนาอามาตย์จึงเลือกหาผู้ที่จะมาเป็นเจ้าเมืองแทน ขณะนั้นยังมีชายเลี้ยงวัวคนหนึ่งอาศัยอยู่ในเมืองพาราณสี ทุกวันจะออกไปเลี้ยงวัวและมักจะให้อาหารเป็นทานแก่ฝูงกาฝูงหนึ่ง จนวันหนึ่งหัวหน้าฝูงกาทราบข่าวว่า เจ้าเมืองจัณฑคามสิ้นพระชนม์และยังไม่มีใครเป็นเจ้าเมืองแทน จึงคิดที่จะช่วยให้ชายเลี้ยงวัวได้เป็นเจ้าเมือง จึงเข้าไปบอกความประสงค์และขอคำมั่นสัญญากับชายเลี้ยงวัวว่าจะต้องให้ควายแก่พวกตนเพื่อเป็นอาหาร ชายเลี้ยงวัวได้ให้สัญญาว่า ถ้าหากได้เป็นเจ้าเมืองจริง ก็จะหาควายให้เป็นอาการแก่ฝูงกา แม้จะต้องหาควายให้กินวันละ 10 ตัวก็ยอม ฝูงกาจึงให้คนเลี้ยงวัวนั่งอยู่ในตะกร้า (ก๋วย) ที่ทำจากไม้และหวายแล้วพากันคาบตะกร้าไปวางไว้ในปราสาทเมืองจัณฑคาม เมื่อบรรดาเสนาอามาตย์และชาวเมืองรู้ข่าวจึงพร้อมใจกันราชาภิเษกชายเลี้ยงวัวคนนี้ให้เป็นเจ้าเมือง ครั้นต่อมาเจ้าเมืองคนใหม่นี้ได้ลืมสัญญาที่ให้ไว้กับฝูงกา ทำให้ฝูงกาโกรธแค้นจึงวางแผนหลอกเจ้าเมืองใหม่ให้ไปปกครองอีกเมืองหนึ่งซึ่งเป็นเมืองใหญ่กว่า และมีความอุดมสมบูรณ์กว่า ด้วยความโลภของเจ้าเมืองคนนี้จึงถูกฝูงกาหลอกไปปล่อยทิ้งไว้ที่เกาะแห่งหนึ่งกลางสมุทรและสาปแช่ง ดังความว่า (more…)
