July 14, 2010

วัฒนธรรม “ตานขันเข้า” ของคนล้านนา

Filed under: ล้านนาน่ารู้ — Tags: , — Kamin Rider @ 9:37 am

ตานขันเข้า

รองศาสตราจารย์พิเศษถาวร เสาร์ศรีจันทร์
——————————–

1. ความหมาย

คำว่า “ตานขันเข้า” เป็นภาษาของคนล้านนา ถ้าวิเคราะห์ถึงความหมายของคำนี้สามารถแยกออกได้เป็น 3 คำ คือ
1. คำว่า “ตาน”
2. คำว่า “ขัน”
3. คำว่า “เข้า”
ตาน เป็นภาษาที่พูดกันทั่วไปในถิ่นดินแดนล้านนา ตรงกับคำว่า “ทาน” นั่นเอง ถ้าแปลเป็นภาษาไทยได้แก่การให้ หรือสิ่งที่ให้ ถ้าเป็นการให้แก่พระภิกษุสงฆ์ในพระพุทธศาสนาจะเรียกว่า “ถวาย” เช่นถวายจตุปัจจัย ก็คือการให้ หรือการมอบให้จตุปัจจัยแก่พระภิกษุสงฆ์
ขัน มีความหมายหลากหลาย เช่น หมายถึงภาชนะสำหรับตัก หรือใส่น้ำ, ทำให้ตึง หรือแน่นด้วยการหมุน, หัวเราะ, นึกอยากหัวเราะ, ร้องเป็นเสียงอย่างไก่ หรือ นกบางชนิด เป็นต้น
เข้า เป็นภาษาพูดของคนล้านนา ซึ่งปัจจุบันก็ยังใช้พูดกันอยู่ หมายถึงข้าวที่เรารับประทานกันทุกวันนั่นเอง
ดังนั้น ความหมายของคำว่า “ตานขันเข้า” ก็คือการนำสำรับอาหาร (สำรับกับข้าว) ไปถวายพระภิกษุสงฆ์ และยังหมายถึงการนำสำรับอาหารมอบให้ผู้ใหญ่ หรือผู้อาวุโสที่ตนเคารพนับถือด้วย

2. ความเป็นมา

ความเป็นมาของการตานขันเข้ามีมาตั้งแต่พุทธกาล มีประวัติเล่าว่า ขณะนั้นเจ้าชายสิทธัตถะเสด็จออกผนวช ได้ประทับใต้ต้นโพธิ์ริมแม่น้ำเนรัญชรา ยังไม่บรรลุสัจธรรม มีอุบาสิกาสำคัญคนหนึ่ง
เป็นธิดาของผู้มีทรัพย์ ซึ่งเป็นนายใหญ่แห่งชาวบ้านเสนานิคม ตำบลอุรุเวลา ได้พบเห็นพระพุทธเจ้าซึ่งประทับอยู่ใต้ต้นโพธิ์ นางเข้าใจว่าเป็นเทวดา จึงนำข้าวมธุปายาสไปถวาย ซึ่งเป็นเวลาเช้าของวันที่พระองค์ได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นับได้ว่านางสุชาดาเป็นอุบาสิกาคนแรกในพระพุทธศาสนา
และเป็นคนตานขันเข้า คนแรกในพระพุทธศาสนาเช่นเดียวกัน (more…)

Post to Twitter


บทความที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
» โคมลอย - โคมลอย » ตุงล้านนา » ธรรมเนียมประเพณีในการประเคน » แมงมัน » ไม้หลักปักขี้ควาย

August 29, 2009

โคมลอย – โคมลอย

Filed under: ล้านนาน่ารู้ — Tags: , — Kamin Rider @ 6:34 pm

ปล่อยโคม01

การลอยโคม เป็นประเพณีพื้นบ้านในวันเพ็ญเดือนสิบสอง ที่ชาวบ้านทางภาคเหนือและภาคอีสานนิยมทำกัน ถือเป็นการปล่อยเคราะห์ ปล่อยโศกและเรื่องร้ายๆ ต่างๆ ให้ไปพ้นจากตัว ความหมายของโคม (สำหรับลอย) ที่ทราบมาพบเห็นอยู่สองความหมาย

  • โคมลอย หมายถึงประทีปที่จุดไฟแล้ววางบนกระทงและปล่อยให้ลอยไปตามสายน้ำ
  • โคมลอย ที่มีลักษณะเป็นลูกโป่งขนาดใหญ่ทำด้วยกระดาษบางเบาที่ปล่อยให้ลอยไปบนฟากฟ้าโดยใช้ควันไฟ

การลอยโคม

โคมลอย” ในแง่โคมที่ลอยฟ้านั้น พบใน หนังสืออักขราภิธานศรับท์ Dictionary of the Siamese Language by Dr.B.Bradley Bangkok 1873 หรือพจนานุกรมภาษาสยามที่ ดร.แดน บีช แบรดเลย์ จัดพิมพ์ขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๔๑๖ โดยกล่าวว่า “โคมลอย, คือประทีปเครื่องสำหรับจุดไฟในนั้นให้สว่าง, แล้วควันไฟก็กลุ้ม อบ อยู่ในนั้น, ภาโคมให้ลอยขึ้นไปได้,บนอากาศ.”(น.๑๐๕) คำอธิบายดังกล่าวนี้สอดคล้องกับพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๔๒ ที่ว่า “ โคมลอย น. ชื่อเครื่องตามไฟชนิดหนึ่งที่จุดไฟแล้วปล่อยให้ลอยไปในอากาศ.” (more…)

Post to Twitter


บทความที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
» วัฒนธรรม “ตานขันเข้า” ของคนล้านนา » ตุงล้านนา » ธรรมเนียมประเพณีในการประเคน » แมงมัน » ไม้หลักปักขี้ควาย

August 22, 2009

ตุงล้านนา

tung01

โดย เบญจพล สิทธิประณีต

—————————————-

ตุง” เป็นภาษาถิ่นภาคเหนือ หมายถึง “ธง” ในภาษาไทยภาคกลางตรงกับลักษณะของธงอินเดียประเภท “ปฎากะ” ที่มีลักษณะเป็นแผ่นใช้ห้อยลงมาโดยผูกติดกับปลายไม้ หรือปลายเสาพจนานุกรมไทยฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๒๕ ได้ให้ความหมายคำว่า “ธง” ไว้ว่าหมายถึงผืนผ้า โดยมากมีสีและบางอย่างมีลวดลายเป็นรูปต่างๆที่ทำด้วยกระดาษและสิ่งอื่นๆ ก็มีสำหรับใช้เป็นเครื่องหมายบอกชาติตำแหน่งในราชการ เครื่องหมายแบบสากลนิยม เครื่องหมายเดินทะเลคณะสมาคมอาคารและอื่นๆ ใช้เป็นอาณัติสัญญาณเครื่องหมายตกแต่งสถานที่ในงานรื่นเริงหรือถือเข้าขบวนเป็นต้นการใช้ธงปรากฏหลักฐานนานนับพันปีแล้วมีการพัฒนารูปแบบตามความเชื่อในแต่ละสังคมและยังคงใช้กันแพร่หลายจนกระทั่งปัจจุบัน (more…)

Post to Twitter


บทความที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
» วัฒนธรรม “ตานขันเข้า” ของคนล้านนา » โคมลอย - โคมลอย » ธรรมเนียมประเพณีในการประเคน » แมงมัน » ไม้หลักปักขี้ควาย

August 17, 2009

ธรรมเนียมประเพณีในการประเคน

ประเคน01

ธรรมเนียมประเพณีในการประเคน
โดย ดร.พูนชัย ปันธิยะ

————————————-

ธรรมเนียมประเพณีของไทย มีระเบียบวิธีปฏิบัติต่อบุคคลในระดับต่าง ๆ เช่นบุคคลที่มีเพศ เป็นคฤหัส และสมณเพศ (พระภิกษุ -สามเณร) ที่พึ่งปฏิบัติต่อกันทั้งทั้งกาย และวาจา เพื่อแสดงออกถึงวัฒนธรรมของไทย และให้เป็นไปตามพระวินัยที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้ให้ปฏิบัติ เช่นเรื่องการมอบสิ่งของให้พระสงฆ์นั้น หากจะให้ถูกตามพระธรรมวินัยก็ปฏิบัติตามที่พระพุทธองค์ทรงบัญญัติ ให้ของสงฆ์ มอบของให้สงฆ์ ทุกครั้ง ต้อง ประเคน ผู้ให้ก็ ยก ส่ง และยี่น ให้ด้วยมือ ถ้าโดยใชัเพียงเป็นคำพูด ก็ทำให้พระสงฆ์ผิดวินัยได้ ถ้าไม่ยกหรือยื่นด้วยมือ

การประเคน คือ การมอบของถวายพระสงฆ์ วิธีประเคนของแก่พระสงฆ์ด้วยมือ รับถึงมือของที่ใช้ประเคนนั้นตองเป็นของที่พอยกได้อย่างธรรมดา ไม่ใช่ของหนัก หรือใหญ่โตจนเกินไป และประเคนนั้นต้องไม่ประเคนเฉพาะในกาล นอกกาล คือ เวลาวิกาล หลังเที่ยงจนถึงย้ำรุ่งวันใหม่การประเคนของ ผู้ชายหรือผู้หญิงก็ประเคนได้ (more…)

Post to Twitter


บทความที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
» วัฒนธรรม “ตานขันเข้า” ของคนล้านนา » โคมลอย - โคมลอย » ตุงล้านนา » แมงมัน » ไม้หลักปักขี้ควาย

August 14, 2009

แมงมัน

Filed under: ล้านนาน่ารู้ — Tags: , — Kamin Rider @ 7:21 pm

แมงมัน01-1
แมงมัน เป็นแมลงชนิดหนึ่ง มีลักษณะคล้ายมด (จริงๆ ผู้เขียนคิดว่ามันก็เครือเดียวกันนั่นแหละ) ถ้าไม่รู้จักมาก่อน จะเรียกว่า “มดยักษ์มีปีก” ก็คงไม่ผิด ตอนเด็กๆ เคยมีประสบการณ์ได้พบเห็นการขุดรังแมงมัน เรื่องนี้จำได้ติดตา เพราะประทับใจแกมสลดอยู่ว่าพวกเล่นสัมปทานขุดยกรัง ทั้งตัวแม่ ตัวพ่อ ไข่ ลูกเด็กเล็กแดง ประสบเคราะห์กรรมกันทั้งหมด แต่เราก็กินกับเขาด้วย ลำแต้ๆ (more…)

Post to Twitter


บทความที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
» วัฒนธรรม “ตานขันเข้า” ของคนล้านนา » โคมลอย - โคมลอย » ตุงล้านนา » ธรรมเนียมประเพณีในการประเคน » ไม้หลักปักขี้ควาย

August 12, 2009

ไม้หลักปักขี้ควาย

โพธิ์เงินโพธิ์ทอง

ไม้หลักปักขี้ควาย
โดย นิคม พรหมมาเทพย์
……………………………………………

คำพังเพยในภาษาไทยกลางเปรียบเทียบความไม่มั่นคงแข็งแรงในหลายสิ่งหลายอย่างไว้ให้ผู้คนได้ใช้เป็นข้อคิดในการดำรงชีวิตประจำวันเช่นว่า “ไม้หลักปักเลน” หมายถึง หลักที่โอนเอนไปมา ไม่สามารถจะใช้เป็นที่พึ่งพาได้ ใกล้เคียงกับคำพังเพยของผู้คนล้านนาที่กล่าวกันมาว่า “ไม้หลักปักขี้ควาย”

ในวิถีชีวิตบ่อยครั้งเราต้องการพึ่งพา เกาะอิงไม้หลัก เสาแก่นที่มั่นคงเพื่อให้วิถีชีวิตเป็นไปอย่างถูกต้องราบรื่นและเป็นระเบียบในสังคม ส่งผลให้คนในสังคมอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุข โดยเฉพาะยามที่บ้านเมืองเกิดวิกฤต สังคมอยู่ในภาวะสับสนวุ่นวาย วัฒนธรรมท้องถิ่นอ่อนแอ ภูมิปัญญาท้องถิ่นถูกคุกคามอย่างหนักหน่วงมรดกทางความรู้หลากหลายอย่างได้สาบสูญอย่างน่าเสียดาย ในขณะนี้เอง ผู้คน สังคมต้องพึ่งพาไม้หลัก เสาแก่นของวัฒนธรรมเข้ามาแก้ไขสถานการณ์ให้วัฒนธรรม ภูมิปัญญาพื้นบ้านพลิกฟื้นคืนคงอยู่ในสังคมให้ผู้คนได้สืบสาน ถ่ายทอดนำภูมิปัญญาไปประยุกต์ใช้ให้ชีวิตประจำวันเป็นสุขอยู่ในสังคมที่สับสนในปัจจุบัน
เสาหลักของวัฒนธรรม ภูมิปัญญา มีอยู่มากมายหากพิจารณาจากองค์กร สถานที่ได้แก่โรงเรียนสถานศึกษา สภาวัฒนธรรมจังหวัด อำเภอ และตำบลหมู่บ้านต่างๆ หากพิจารณาตัวบุคคลมีปราชญ์ชาวบ้านที่อยู่ตามหมู่บ้าน ตามวัด ศาสนสถาน ฯลฯ (more…)

Post to Twitter


บทความที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
» วัฒนธรรม “ตานขันเข้า” ของคนล้านนา » โคมลอย - โคมลอย » ตุงล้านนา » ธรรมเนียมประเพณีในการประเคน » แมงมัน

May 1, 2009

100 ปีมะเมียะ

mamia ด้วยอิทธิพลของบทเพลงที่ จรัล มโนเพ็ชร ประพันธ์ขึ้นมาให้สุนทรี เวชานนท์ ขับร้อง ทำให้คนในประเทศนี้ได้รู้จักเรื่องราวของมะเมียะ-สาวพม่าเมืองมะละแหม่งผู้ ปลอมเป็นชายติดตามเจ้าน้อยศุขเกษม ราชบุตรของเจ้าอุปราชเชียงใหม่ และต่อมาถูกบังคับให้เลิกรากัน เป็นโศกนาฏกรรมเรื่องยิ่งใหญ่ของเชียงใหม่ เพราะว่า เจ้าน้อยศุขเกษม-ราชบุตรของเจ้าผู้ครองนครองค์สุดท้าย ถึงกับตรอมใจตายในวัยเพียง 33 ปีเท่านั้น ? ?เจ้าชายก็ตรอมใจต๋าย มะเมียะเลยไปบวชชี? เป็นเหตุการณ์จริงในประวัติศาสตร์ที่มีความสมบูรณ์พร้อมทั้งพล็อต ฉาก ความน่าตื่นเต้นชวนติดตาม และยังจบลงที่โศกนาฏกรรมจนหลายคนอาจจะคิดว่านี่เป็นเรื่องแต่งไม่ใช่เรื่อง จริง เรื่องจริงยิ่งใหญ่กว่านิยายแน่นอน เพราะอย่างน้อยมัน ถูกสร้างขึ้นมาจากเลือดเนื้อชีวิตวิญญาณของบุคคลจริง คนเชียงใหม่รุ่นปู่ย่ารับรู้เรื่องราวของมะเมียะในเชิงเรื่องเล่าเป็น Talk of the town มาช้านาน จนกระทั่งมีผู้เขียนขึ้นมาเชิงสารัตถคดีเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2507 โดยปราณี ศิริธร ณ พัทลุง นักเขียนท้องถิ่นผู้สนใจประวัติศาสตร์ล้านนา เขียนเรื่องราวของมะเมียะในหนังสือเพ็ชร์ลานนา และเขียนเพิ่มเติมรายละเอียดฉบับสมบูรณ์ในหนังสือ ?ชีวิตรักเจ้าเชียงใหม่? ตีพิมพ์เมื่อปี 2523
ให้รายละเอียดเพิ่มว่า หลังจากนั้นมะเมียะก็บวชชี ขณะที่เจ้าน้อยศุขเกษม เดินทางเข้ากรุงเทพฯ รับราชการทหารยศ ร้อยตรี เป็นเจ้าอุตรการโกศล และได้แต่งงานกับข้าหลวงในคุ้มของพระราชชายาเจ้าดารารัศมี ต่อมาย้ายกลับมาเชียงใหม่

(more…)

Post to Twitter


บทความที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
» วัฒนธรรม “ตานขันเข้า” ของคนล้านนา » โคมลอย - โคมลอย » ตุงล้านนา » ธรรมเนียมประเพณีในการประเคน » แมงมัน

กว่าง : ภาพไข่ และตัวอ่อน

ผลงานการวิจัยของคุณ nunt หัวข้อ กว่างสามเขาเขาใหญ่ Chalcosoma atlas
ต้นฉบับจากเว็บบอร์ด http://www.malaeng.com/webboard/index.php?topic=1424.0

ภาพไข่ที่ได้จากตู้ว่างไข่

ภาพไข่ และตัวอ่อน ที่ได้ส่วนหนึ่ง

ภาพตัวอ่อนระยะ L2 อายุราว40วัน
(more…)

Post to Twitter


บทความที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
» วัฒนธรรม “ตานขันเข้า” ของคนล้านนา » โคมลอย - โคมลอย » ตุงล้านนา » ธรรมเนียมประเพณีในการประเคน » แมงมัน

April 30, 2009

กว่าง : นักสู้แห่งขุนเขาหรือศึกชิงนาง….?

ชนกว่าง : เป็นการละเล่นพื้นบ้านของชาวล้านนาที่นิยมเล่นกันมาเป็นเวลานานแล้วจนกลายเป็นประเพณี แต่จะเริ่มเล่นกันมาตั้งแต่เมื่อใดนั้นไม่มีหลักฐานปรากฎ ปัจจุบันยังมีการเล่นกันอยู่แต่อาจจะไม่มากเท่ากับในอดีต

การเล่นชนกว่างของชาวล้านนานิยมเล่นกันทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เฉพาะในฤดูฝนคือประมาณเดือนสิงหาคมถึงตุลาคม พอออกพรรษาแล้วก็ค่อยๆเลิกราปล่อยกว่างกลับสู่ธรรมชาติ เพื่อสืบลูกสืบหลานเพื่อการเกิดใหม่ในปีหน้าตามวัฏจักรของมัน

กว่าง : กว่างเป็นชื่อเรียกด้วงปีกแข็งชนิดหนึ่ง มี ๖ ขา กว่างบางชนิดมีเขา บางชนิดไม่มีเขา กว่างจะชอบกินน้ำหวานจากอ้อย กว่างบางชนิดไม่นิยมนำมาเลี้ยง บางชนิดนิยมเลี้ยงไว้ดูเล่น เช่น กว่างซาง กว่างงวง กว่างกิ กว่างกิอุ และกว่างอี้หลุ้ม (more…)

Post to Twitter


บทความที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
» วัฒนธรรม “ตานขันเข้า” ของคนล้านนา » โคมลอย - โคมลอย » ตุงล้านนา » ธรรมเนียมประเพณีในการประเคน » แมงมัน

April 29, 2009

นางจันทร์สม สายธารา

Filed under: ล้านนาน่ารู้ — admin @ 6:23 pm

ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (พลงพื้นบ้าน-ขับซอ)
ประจำปีพุทธศักราช   ๒๕๓๙

KONICA MINOLTA DIGITAL CAMERA เกิดเมื่อวันศุกร์ที่  ๑  เมษายน  พุทธศักราช  ๒๔๗๕  ที่บ้านชะเยือง ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ สมรสกับนายสมบูรณ์  ปัญญามานะ   มีบุตรด้วยกัน ๖ คน เสียชีวิตไปแต่เด็ก ๑ คน เหลือบุตรชาย ๔ คน บุตรสาว ๑ คน บุตรชายคนโตเป็นนักแต่งเพลงประเภทลูกทุ่งคำเมือง และมีส่วนในการบุกเบิกวงคนตรี ?เดอะม้ง ?   นางจันทร์สมไปฝากตัวเป็นศิษย์ของครูคำบานที่บ้านสบอาว  อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ การเรียนซอ ใช้วิธีเดียว คือท่องจำตามที่ครูบอก เมื่อครูรับงานก็ตามไปรับใช้และคอยฟัง ?เครือซอ ? ที่ครูใช้เพื่อจะได้จดจำนำมาปรับใช้
นางจันทร์สม  สายธารา เป็นศิลปินพื้นบ้านที่มีความสามารถในการขับซอ ที่มีปฏิภาณไหวพริบ เชิงปฏิภาณกวีท้องถิ่นที่ยอดเยี่ยมผู้หนึ่ง เป็นที่ยอมรับของประชาชนในจังหวัดภาคเหนือเป็นอันมาก ซึ่งมีชื่อเสียงเคียงคู่กับ นายคำผาย  นุปิง   ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ขับซอ) แห่งจังหวัดน่าน ทั้งยังเป็นผู้หนึ่งที่พยายามสร้างสรรค์พัฒนาศิลปะการซอให้เป็นที่ยอมรับของสังคม ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของศิลปะการแสดงสมัยใหม่ โดยการริเริ่มนำการเครือซอแบบโบราณมาประยุกต์ให้ทันสมัย ทันเหตุการณ์ปัจจุบันด้วยการซอเป็นละครพื้นเมือง จนได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายไปทั่วภาคเหนือ นอกจากนี้ ยังมีความสามารถพิเศษในด้านการแสดงละครวิทยุโดยใช้ภาษาถิ่น คือ ?ละครวิทยุกำเมือง? ของคณะสายธาราวิทยุ รวมทั้งเป็นวิทยากรถ่ายทอดภูมิปัญญาให้แก่ประชาชนทั่วไปตามสถานที่ต่าง ๆ นอกเหนือจากการแสดงทั่วไป

นางจันทร์สม สายธารา เป็นผู้ที่สร้างสรรค์งานศิลปะการซอแนวอนุรักษ์นิยมมาเป็นเวลานานจนมีผู้เห็นประโยชน์และคุณค่า จึงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม สาขาวรรณศิลป์ ระดับจังหวัดประจำปี พ.ศ. ๒๕๓๒  บุคคลผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรมสาขาวรรณศิลป์ระดับชาติ (วรรณกรรมมุขปาฐะ) เมื่อปีพ.ศ. ๒๔๓๖ เป็นศิลปินพื้นบ้านที่อนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นบ้านอันเป็นมรดกการแสดงภาคเหนือที่มีความสามารถผู้หนึ่ง

นางจันทร์สม สายธารา จึงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง (เพลงพื้นบ้าน-ขับซอ) ปีพุทธศักราช ๒๕๓๙

(more…)

Post to Twitter


บทความที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
» วัฒนธรรม “ตานขันเข้า” ของคนล้านนา » โคมลอย - โคมลอย » ตุงล้านนา » ธรรมเนียมประเพณีในการประเคน » แมงมัน
 
asaengrit@hotmail.com
kaminrider@hotmail.com
jarus@hotmail.com
info@maxx.me
086 654 7376
087 187 7707
053 221 097