February 3, 2010

ประเพณีสืบชะตา

ประเพณีสืบชะตา01

เล่าโดย เจ้ากุลวงศ์  ณ เชียงใหม่

————————————————————–
ข้าพเจ้าได้อ่านพบเรื่อง ประเพณีสืบชะตา เห็นว่าจะเป็นประโยชน์แก่พวกเราอยู่บ้าง จึงได้เอามาเล่าสู่กันฟัง ประเพณีนี้มีมาแต่โบราณกาล ทั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อต่ออายุ เพื่อให้เป็นสิริมงคล เพื่อให้เกิดโชคลาภ เกิดความสุขความเจริญมั่นคง ของผู้ที่กำลังตกทุกข์ได้ยากลำบากใจ ไม่มีสิ่งใดจะยึดเหนี่ยวพึ่งพาอาศัยทางใจได้ จึงได้ทำการสืบชะตา เพื่อให้เกิดความสุขทางใจ ทางจิตสำนึก ให้จิตใจบริสุทธิ์สดใส ไม่ต้องคิดกังวลไปในทางอกุศลต่าง ๆ ความเชื่อในการสืบชะตานี้กล่าวกันว่า พระสารีบุตร ซึ่งเป็นสาวกของพระพุทธเจ้า ในครั้งนั้น ยังมีสามเณรองค์หนึ่ง ชื่อ ดิสสะ อายุ 7 ปี ได้มาบวชเรียนกับท่าน อยู่วันหนึ่งท่านได้สังเกต สามเณรองค์นี้ จะมีอายุได้ อีก 7 วัน เท่านั้นก็จะถึงแก่มรณภาพ ตามตำราหมอดู และตำราการดูลักษณะตามร่างกาย ท่านจึงเรียกสามเณรองค์นั้นเข้ามาพบ และได้บอกความจริงให้ทราบว่า ตามตำราหมอดูและการดูลักษณะของเธอนั้น เธอจะมีอายุได้อีก 7 วัน เท่านั้น จึงขอให้เธอกลับบ้านไปบอกให้ญาติทราบเสีย สามเณรเมื่อทราบดังนั้น จึงมีความเศร้าโศกเสียใจเป็นอย่างมาก จึงได้ร้องไห้และเดินทางกลับบ้าน เพื่อจะไปให้ญาติพี่น้อง พ่อ แม่ทราบ เมื่อถึงบ้านก็ได้เล่าเรื่องดังกล่าวให้บิดา มารดา และญาติ พี่ น้อง ฟัง แต่ครั้นอยู่มาได้ครบ 7 วัน สามเณรก็หาได้ตายไม่ พระสารีบุตรได้ทรงทราบ จึงจวนจะทำการเผาตำราทิ้งอยู่แล้ว สามเณรองค์นั้นได้เล่าให้ท่านฟังว่าในขณะเดินทางกลับบ้านไปตามถนน ซึ่งมีลำธารเล็ก ๆ อยู่ข้างถนนได้พบปลาเล็ก ๆ อยู่จำนวนมาก ที่จะต้องตายเพราะจะต้องขาดน้ำ ซึ่งกำลังจะแห้งขอดลง สามเณรจึงได้เอาบาตรที่มีอยู่ตักเอาปลาเหล่านั้นจำนวนมาก ไปปล่อยลงในลำห้วยใหญ่ข้างหน้า ครั้นปล่อยปลาไปหมดแล้วก็ได้รีบเดินทางกลับบ้าน ก็ไปพบเก้งซึ่งถูกบ่วงแร้วของนายพรานที่ดักไว้ จึงได้ทำการปล่อยเก้งตัวนั้นอีก จนถึงบ้านก็ได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นตลอดจนคำทำนาย ของพระอาจารย์ สารีบุตร ให้บิดา มารดา ญาติพี่น้องฟังซึ่งทุกคนได้โศกเศร้าเสียใจมาก ต่างรอจนครบ 7 วัน สามเณรองค์นั้นก็หาได้ถึงแก่ความตายไม่ จึงเดินทางกลับวัดเพื่อไปเฝ้าพระสารีบุตร และรายงานเรื่องต่าง ๆ ให้ท่านทราบเรื่องดังกล่าวจึงเล่าต่อกันมา ทำให้ประชาชนได้รับทราบ และเอาเป็นอุทาหรณ์ต่อ ๆ กันมาว่า การโปรดสัตว์ต่าง ๆ ที่ใกล้จะตายให้พ้นจากความตาย จะทำให้ผู้นั้นอายุยืนยาวได้ เมื่อได้ทราบเรื่องราวต่าง ๆ ที่สามเณรได้เล่าให้ตาย ให้พ้นจากความตาย จะทำให้ผู้นั้นอายุยืนได้ เมื่อทราบเรื่องราวต่าง ๆ ที่สามเณรได้เล่าให้ฟังจึงทรงเห็นว่า  เป็นบุญกรรมอย่างใหญ่หลวง ที่ทำให้พ้นจากความตาย จากตำนานของชาวเมืองเหนือของเรา เราจึงนิยมชมชอบการสืบชะตาจนถึงวันนี้ การสืบชะตาจึงควรทำเมื่อถึงทำบุญวันเกิด วันได้ยศถาบรรดาศักดิ์ วันขึ้นบ้านใหม่หรือเมื่อไปอยู่ที่ไหนเกิดเจ็บไข้ได้ป่วย ไม่สบายหรือเกิดเรื่องอกุศลใด ๆ เกิดขึ้น ก็มักจะทำการสืบชะตา การสืบชะตามักจะทำกันในห้องโถงกว้าง ๆ เพราะจำเป็นจะต้องใช้เนื้อที่กว้าง ทั้งนี้ เพราะการสืบชะตาต้องมีเครื่องประกอบพิธีมากมาย มีอุปกรณ์หลายอย่างเช่น กระบอกน้ำ 108 หรือบางครั้งใช้เท่าอายุ ไม้ค้ำ 3 ต้น ช่อตุงเล็ก 108 ฝ้าย ค่าคิง เท่าตัวผู้สืบชะตา กล้ามะพร้าว 1 ต้น, กล้วยดิบ 1 เครือ, เสื่อ 1 ผืน, หมอน 1 ใบ หม้อใหม่ 2 ใบ (หม้อเงิน, หม้อทอง), กระบอกทราย 108 หรือบางครั้งเท่าอายุ, บันใดชะตา 1 อัน, ลวดเงิน 8 เส้น, ลวดทอง 4 เส้น บางครั้งเท่าอายุ, หมากพลูผูกกับเส้นด้าย, ธงยาวเท่าตัว 1 ผืน, ด้ายสายสิญจน์ผูกสืบชะตา 1 กลุ่ม, บาตรน้ำมนต์, ลูกปลาสำหรับปล่อยเท่าอายุ, นกหรือหอย, พานบายศรี 1 สำรับ ในวันทำพิธีนิมนต์พระสงฆ์ 9 รูป หรือมากกว่านั้นมาพร้อมกัน แล้วเจ้าภาพจุดเทียนบูชาพระรัตนตรัย จัดให้มีเทศน์ 1 กัณฑ์ ผู้สืบชะตาต้องจุดเทียนน้ำมนต์ การเทศน์นั้นจะเทศน์สาราการิ, คัมภีร์สิริโลกวุฒิ เป็นต้นหลังเทศน์จบ มีการผูกมือผู้สืบชะตา พระสงฆ์จะพรมน้ำมนต์พระพุทธมนต์ เจ้าภาพถวายเครื่องไทยทาน แก่พระสงฆ์เป็นเสร็จพิธี

จะเห็นได้ว่า พิธีสืบชะตานี้ จะทำโดยละเอียดมากตลอดจนเครื่องสังเวยต่าง ๆ จึงต้องใช้สถานที่กว้าง ๆ เช่น เดิ๋น ศาลา วิหารวัด ที่โล่ง ๆ เพราะนอกจากเครื่องสังเวยต่าง ๆ ดังกล่าวแล้ว ยังจะมีพี่น้องมาร่วมพิธีจำนวนมาก บางแห่งต้องนิมนต์พระมาฉันเพลด้วย บรรดาแขกก็จะรับประทานอาหารร่วมกัน นับได้ว่า เป็นการทำบุญใหญ่ครั้งหนึ่ง ปัจจุบันข้าพเจ้าได้โอกาสไปดูสถานที่สืบชะตาถาวรที่วัดท่าสะต๋อย ตำบลท่าศาลา อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เห็นว่าเป็นการสะดวกต่อผู้ที่มาทำบุญสืบชะตามาก เพียงแต่ท่านมีประสงค์จะสืบชะตา ท่านก็ติดต่อกับเจ้าอาวาสวัด ท่านจะได้แนะนำเพิ่มเติมอีกหลายอย่าง เพื่อการสะดวกในการทำพิธี ตลอดจนเครื่องใช้ต่าง ๆ จนถึงเครื่องไทยทานพระสงฆ์ หากเสร็จพิธีการต่าง ๆ เรียบร้อยแล้วขอให้ท่านไปปล่อยนก ปล่อยปลาได้ที่วัดไชยมงคล  ซึ่งอยู่คนละฟากตรงข้ามวัดท่าสะต๋อย  โดยท่านต้องข้ามสะพานนวรัฐ  แล้วมุ่งสู่ถนนช้างคลานของลำน้ำปิง ไปเลี้ยวซ้ายที่ข้างวัดศรีดอนไชยไปทางทิศตะวันออก แล้วเข้าสู่ถนนเจริญประเทศไปทางทิศใต้อีกประมาณ 400  เมตร ก็จะถึงประตูวัดไชยมงคลให้ท่านตรงไปจนถึงลำน้ำปิง ท่านจะพบคนขายนก ขายปลา ต่างๆ เช่น นกเขาใหญ่, นกกระจาบ, นกผีด, ส่วนปลาก็จะมี เช่น ปลาหมอ, ปลาดุก, ปลาช่อน, หอย, เต่า มีทั้งปลาไหล ฯลฯ ราคาไม่แพงนัก ท่านซื้อแล้วก็ปล่อยลงน้ำปิง มีบันไดลงไปปล่อยสบายมาก ปลาที่ปล่อยก็ว่ายอยู่แถวนั้น เพราะพระท่านห้ามจับ และมีอาหารปลาจำหน่ายด้วย จึงเล่าย่อ ๆ ให้ฟังตามที่ได้พบเห็นมา

Post to Twitter


บทความที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
» ตามรอยจอบแรกครูบาศรีวิชัย » ผีกะ กฎข้อห้ามความสัมพันธ์ในชุมชน » ตั๋วเมือง (Lanna Language) » วิถีชีวิตในพม่าที่น่าสัมผัส » ประเพณีการทำบุญสิบสองเป็ง (เพ็ง)
 
asaengrit@hotmail.com
kaminrider@hotmail.com
jarus@hotmail.com
info@maxx.me
086 654 7376
087 187 7707
053 221 097