คั่วผำ และ ยำเตา

คั่วผำ และ ยำเตา
อาหารทีจะขอแนะนำในฉบับนี้ เป็นการนำภูมิปัญญาชาวบ้าน ในชนบทมาใช้เพื่อการเลี้ยงชีพ ที่สามารถนำเอาสาหร่าย หรือสิ่งมีชีวิตใกล้ตัวมาทำเป็นอาหารได้อย่างน่าทึ่งได้มีการนำเอาสาหร่ายสีเขียว ลักษณะเป็นเส้นชื่อ Spirogyra spp. หรือ เตา หรือ เทาน้ำ มาเป็นอาหารหรือที่ชาวบ้านเรียกกัน “ยำเตา” เตา หรือ เทาน้ำ เป็นพืช ตระกูลสาหร่าย เป็นสิ่งมีชีวิตตั้งแต่ขนาดเล็กๆ เพียงเซลล์เดียวไปจนถึงขนาดใหญ่โตลอยเป็นแพอยู่ในน้ำ สามารถสังเคราะห์แสงเองได้ จึงดำรงชีวิตคล้ายพืช มีอยู่ทั่วไปแหล่งที่ขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นท้องนาหรือน้ำไหลเอื่อยๆ เตาจะขึ้นอยู่เป็นกระจุกหรือเป็นแพสีเขียวสด จับดูจะลื่นมือมากเนื่องจากมีสารเมือกหุ้มอยู่นอกผนังเซลล์ นิยมรับประทานกันในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ยำเตา
เครื่องปรุง ส่วนผสม
๑. เตา ๒ ถ้วย
๒. ปูนา ๒๐ ตัว
๓. มะแว้ง ๒๐ ลูก
๔. ตะไคร้ซอย ½ ถ้วย
๕. พริกขี้หนู ๒๕ เม็ด
๖. มะเขือพวง ๒๐ ลูก
๗. มะเขือขื่นซอย ๑ ถ้วย
๘. ใบขิงซอย ๑ ช้อนโต๊ะ
๙. ข่าหั่น ๑ ช้อนชา
๑๐. ปลาร้าต้มสุก ๔ ช้อนโต๊ะ
๑๑. กะปิ ๑ ช้อนชา
๑๒. ผักไผ่ ๒ ช้อนโต๊ะ
๑๓. เกลือป่น ๑ ช้อนชา
๑๔. ผักชี ๑ ช้อนโต๊ะ
๑๕. ต้นหอม ๑ ช้อนโต๊ะ
เครื่องเคียง
๑. ผักบุ้ง
๒. ยอดมะระขี้นก
๓. ผักจุมปา
๔. ผักแว่น
๕. ผักกระถิน

วิธีทำ
- นำเตามาล้างน้ำ ค่อยๆ ล้างทีละนิดๆ จนสะอาด ชาวบ้านเขาก็กลัวไข่พยาธิอยู่เหมือนกัน จึงเห็นเขาประดิษฐ์ประดอยในการล้างอยู่นานทุกบ้านทีเดียว แต่โอกาสที่จะมีไข่พยาธิน้อยมาก เนื่องจากผนังเซลล์ลื่นมากจนอะไรๆ ก็เกาะไม่ได้ หลังจากนั้นก็นำมาผึ่งน้ำในตะแกรง
- ซอยหอมแดง ตะไคร้ ใบขิงอ่อน มะเขือเปราะให้เป็นชิ้นเล็กๆ เด็ดต้นหอม ผักชี รอไว้
- ต้มปลา ปูนา กับน้ำปลาร้าให้สุก เมื่อสุกแล้ว แกะเนื้อใส่ครกโขลกรวมกับกะปิ มะแว้ง พริกขี้หนูพอให้เข้ากัน
- ตักคลุกกับ “เตา” ที่สะเด็ดน้ำแล้ว ปรุงรสด้วยน้ำปลา มะนาวให้มีรสชาติตามชอบ
- ใส่หอมแดง ตะไคร้ ใบขิงอ่อน มะเขือเปราะ คลุกให้เข้ากัน โรยหน้าด้วยผักชี ต้นหอม
อื้อฮือ!! น่ากินไม่ใช่เล่น แต่มีข้อจำกัดนิดหนึ่งคือเมื่อปรุงเสร็จแล้วต้องรับประทานกันในเวลานั้นเลย อย่าทิ้งไว้นาน ไม่อย่างนั้นน้ำในเตาจะออกมามากจนยำเตาขึ้นอืดแล้วก็จะไม่อร่อย
ประโยชน์ ให้โปรตีน วิตามินเอ และสารอาหารอื่น
———————————————-

คั่วผำ
ไม่เพียงแต่ “เตา”หรือเทาน้ำเท่านั้น ยังมีสาหร่ายขนาดใหญ่อีกหลายชนิดที่มีการนำมาเป็นอาหาร เป็นอาหารพื้นบ้าน อีกชนิดหนึ่งที่มักจะอยู่ในประเภทใกล้เคียงกันกับ “ยำเตา”
“ผำ” เป็นไม้น้ำ มีขึ้นอยู่ตามแหล่งน้ำที่เป็นน้ำนิ่ง เช่น บึง และหนองน้ำธรรมชาติทั่วไป ลักษณะเป็นสีเขียวขนาดเล็ก ใบเป็นก้อนกลมสีเขียวลอยอยู่เหนือผิวน้ำ มีขนาดของต้นรวมเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ ๐.๑-๐.๒. มม. ซึ่งมีขนาดเล็กมาก ดูเผินๆ คล้ายไข่ปลา แต่เป็นสีเขียวจำนวนแสนหรือล้านต้น ลอยกระจายคลุมผิวน้ำเป็นแพ มีชื่อเรียกอย่างอื่นอีก คือ ไข่น้ำ (กลาง), ไข่ผำ (อีสาน) และไข่แหน (ทั่วไป) ชาวชนบทถ้าพบขึ้นบริเวณไหน จะใช้สวิงช้อนขึ้นมาล้างน้ำให้สะอาด แล้วใช้เป็นส่วนผสมของแกงอ่อมใส่ปลาเนื้ออ่อน แกงไก่ แกงเนื้อรวมกับผักชนิดอื่นๆ รสชาติมันอร่อยมาก บางคนใช้ตำ กินสดๆ คล้ายส้มตำมะละกอ หรือใส่ต้มยำทุกชนิด
มีผู้นำไปใส่ไข่เจียวหมูสับ เพิ่มรสชาติได้เด็ดขาดมาก โดยเฉพาะรับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ สุดยอดจริงๆ
เครื่องปรุง
ผำหรือไข่น้ำมากพอสมควร
เนื้อหมู ๒ ขีด
พริกแห้ง ๓-๔ เม็ดหรือพริกขี้หนูแห้ง
หัวหอม ๓ หัว
กระเทียม ๒ หัว
ตะไคร้ ๑ ต้น
ข่า ๓ แว่น
กะปิดี ๑ ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืช ๒-๓ ช้อนโต๊ะ
ใบมะกรูด

วิธีทำ
เอาผำหรือไข่น้ำ ล้างน้ำให้สะอาด ใส่ถ้วยเตรียมไว้ พริกแห้ง ๓-๔ เม็ดหรือพริกขี้หนูแห้งก็ได้ (แช่น้ำจนนิ่ม บีบให้แห้ง) หัวหอม ๓ หัว กระเทียม ๒ หัว ตะไคร้ ๑ ต้นหั่นฝอย ข่า ๓ แว่น กะปิดี ๑ ช้อนโต๊ะ เกลือป่นนิดหน่อย ใส่ครกตำให้ละเอียดเข้ากันดี
กะทะใส่น้ำมันพืช ๒-๓ ช้อนโต๊ะ ยกตั้งไฟ พอร้อนตักน้ำพริกในครกลงไปผัดพร้อมกับเนื้อหมูหั่น ๒ ขีด พอน้ำพริกที่ผัดมีกลิ่นหอมจึงใส่ผำหรือไข่น้ำที่ล้างสะอาดแล้วลงไปผัดด้วย
ปรุงรสด้วยรสดี น้ำปลา พอสุกตักใส่ถ้วย โรยหน้าด้วยใบมะกรูดหั่นฝอย รับประทานร้อน ๆ จะอร่อยได้รสชาติ และได้ธาตุเหล็กเป็นของแถม
ประโยชน์ เป็นอาหารที่มีโปรตีนและธาตุเหล็กสูงมาก
——————————-
รูปจาก http://library.cmu.ac.th/ntic/lannafood/
บทความล่าสุดที่เกี่ยวข้องกันในกลุ่มเรื่องอาหารพื้นเมือง
- แกงฮังเล - September 3rd, 2009
- แก๋งสะแล - September 1st, 2009
- ผักกาดจอ - August 13th, 2009
- น้ำข้าวหนมเส้น (ขนมเส้น) - August 12th, 2009
- บะค้อนก้อม - August 12th, 2009
- แกงกระด้าง - August 10th, 2009


สวัสดีครับ ผมเป็นฝ่ายข่าว นสพ.ไทยนิวส์ เห็นบทความที่เป็นประโยชน์มากมายในวารสาร วัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งคุณอินสมก็นำมาให้ดูแล้วแนะนำว่า ควรนำมาเผยแพร่ให้ได้อ่านก้นอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น จึงขออนุญาตนำมาเผยแพร่ หวังว่าคงได้รับความกรุณาอนุเคราะห์
ขอแสดงความเคารพนับถือ
นายมานพ นสพ.ไทยนิวส์
Comment by มานพ — August 20, 2010 @ 11:35 am
ยินดีครับ
Comment by Kamin Rider — August 28, 2010 @ 10:09 am