สัมพันธ์สมสมัย ในภูมิปัญญาประเพณีสิบสองเป็ง

สัมพันธ์สมสมัย ในภูมิปัญญาประเพณีสิบสองเป็ง
พระครูพิพิธสุตาทร (พระมหา ดร.บุญช่วย สิรินธโร)
รองอธิการบดีวิทยาเขตเชียงใหม่
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่
ล้านนาเป็นดินแดนที่มีประเพณีและวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง และเป็นประเพณีที่มีรากฐานความคิดมาจากพระพุทธศาสนาเป็นสำคัญ โดยตลอดปีจะมีประเพณีที่คนล้านนาถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดสืบเนื่องกันมาจนถึงปัจจุบัน ประเพณีของคนล้านนานี้มีปฏิบัติทุกเดือน และบางเดือนอาจมีประเพณีที่ต้องปฏิบัติมากกว่า ๑ ประเพณี
สิ่งที่คนล้านนาถือปฏิบัติจนเป็นประเพณีนั้น ล้วนแต่เป็นสิ่งที่แสดงออกซึ่งความละเอียดรอบคอบของคนล้านนาในการปฏิบัติตามหลักการของพระพุทธศาสนา เพราะสิ่งที่ถือปฏิบัติหลายอย่างเป็นไปเพื่อประโยชน์เพื่อความดีงามแห่งตน หลายอย่างเป็นไปเพื่อประโยชน์เพื่อความดีงามของสังคมโดยรวม และหลายอย่างก็เป็นไปเพื่อเป้าหมายสูงสุดกล่าวคือการบรรลุธรรมขั้นสูงสุดตามหลักพระพุทธศาสนา ตัวอย่างเช่น การมีประเพณีขึ้นพระธาตุในเดือน ๘ (เหนือ) ของทุกปี ช่วยให้คนล้านนาได้ระลึกถึงพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าเพื่อชักนำจิตของตนให้น้อมไปสู่วิถีแห่งพุทธะซึ่งเป็นความดีงามแห่งตน การมีประเพณีเข้าอินทขิลในเดือน ๙ (เหนือ) ของทุกปี ช่วยให้คนล้านนาได้ตรวจสอบภารกิจของตนที่มีต่อสังคม เพื่อแสดงให้เห็นว่าตนเองไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยวในสังคม หากแต่ได้อยู่ร่วมกับคนอื่น ๆ ในสังคม ทั้งนี้ก็เพื่อสร้างสำนึกการมีบทบาทสร้างสรรค์สังคมของแต่ละบุคคล และการมีประเพณีนอนวัดจำศีลในเดือน ๑๐ (เหนือ) ของทุกปี ช่วยให้คนล้านนาได้ใช้ช่วงเวลาในฤดูฝนได้ฝึกฝนพัฒนาตนเพื่อขัดเกลาจิตใจให้เข้าถึงภาวะแห่งอิสรภาพขั้นสูงสุด ที่บุคคลอาจสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นภายในจิตใจของตนตามหลักการแห่งพระพุทธศาสนา
ในการอยู่ร่วมกันในสังคมโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมที่เปลี่ยนไปอย่างมาก จากสังคมที่มีระบบความสัมพันธ์ไม่ค่อยจะซับซ้อน กลายมาเป็นสังคมที่มีความซับซ้อนสับสนมากขึ้นเช่นในปัจจุบัน ต้องการสิ่งที่สร้างความสัมพันธ์ในสังคมที่สมสมัยอย่างยิ่ง คำถามจึงอยู่ที่ว่าประเพณีล้านนาซึ่งเคยรับใช้สังคมล้านนาในเรื่องการสร้างความสัมพันธ์ในสังคม จะปรับบทบาทของตนให้รับใช้คนล้านนาอย่างเหมาะสมได้อย่างไร
เดือนสิบสองเหนือ(เดือน ๑๐) เป็นเดือนที่สังคมล้านนามีประเพณีสำคัญอยู่ ๔ ประเพณี คือ ประเพณีจาคะข้าวคนเฒ่าจำศีล ประเพณีอุทิศส่วนบุญหาผู้ตาย ประเพณีสลากภัตต์ และประเพณีชนกว่าง
ประเพณีสิบสองเป็ง เป็นประเพณีในเดือนสิบสองที่ชาวล้านนาถือปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่ถือปฏิบัติในสังคมล้านนาในเดือนสิบสองเป็งคือ การทำบุญอุทิศหาผู้ตาย กล่าวคือการทำบุญอุทิศหาญาติผู้ใหญ่หรือผู้ที่ตนเคารพนับถือที่ถึงแก่กรรมไป ทั้งนี้จากความเชื่อในทางพระพุทธศาสนา และแนวทางปฏิบัติตนสำหรับผู้ซึ่งเป็นบุตรหรือผู้ที่ได้รับอุปการคุณจากผู้มีอุปการคุณเหล่านั้น ความเชื่อที่สำคัญคือความเชื่อเรื่องเปรตของพระเจ้าพิมพิสารที่แม้ พระเจ้าพิมพิสารจะทำบุญใหญ่แต่ไม่ได้อุทิศส่วนกุศลถึงพระญาติที่เกิดเป็นเปรต เปรตเหล่านั้นจึงมาแสดงตนเพื่อให้พระเจ้าพิมพิสารทราบ แต่ด้วยเหตุที่ไม่อาจทรงทราบเองได้จึงทูลถามเรื่องดังกล่าวกับพระพุทธองค์ เมื่อทราบความตามที่ทรงพยากรณ์จึงได้จัดการทำบุญใหม่อีกครั้งโดยคราวนี้จำเพาะจะอุทิศแด่พระญาติซึ่งเป็นเปรต จากผลบุญที่พระเจ้าพิมพิสารอุทิศให้เป็นเหตุให้เปรตเหล่านั้นได้รับผลอันเป็นทิพย์ เพื่อเป็นการสร้างความอิ่มเอิบในบุญที่ทรงบำเพ็ญ พระพุทธองค์จึงทรงอธิษฐานให้พระเจ้าพิมพิสารได้ทัศนาฝูงเปรตที่เป็นพระญาติที่ต่างได้เสวยสุขจากผลแห่งบุญที่ทรงบำเพ็ญ ซึ่งก็สร้างความโสมนัสเป็นอย่างยิ่งแก่พระเจ้าพิมพิสาร
นอกจากนั้น ในติโรกุฑสูตร พระพุทธองค์ได้ทรงสรรเสริญทานที่ทายกบำเพ็ญอุทิศแก่ญาติซึ่งมีคำกล่าวอุทิศถึงญาติว่า “อิทํ โน ญาตินํ โหตุ สุขิตา โหตุ ญาตโยฯ” ทานนี้จงถึงแก่ญาติทั้งหลาย(ที่เกิดในเปตวิสัย) ขอญาติเหล่านั้นจงมีความสุข (คือได้เสวยผลแห่งทาน ได้ความสำราญ) ความเชื่อของชาวล้านนาต่อเรื่องนี้เพิ่มเติมก็คือ การทำบุญอุทิศให้ผู้ตายนั้นเป็นการเพิ่มพูนบุญแห่งตนให้มากยิ่งขึ้น รวมถึงบุญย่อมเกิดแก่ผู้ร่วมอนุโมทนาในบุญนั้นด้วย
สิ่งสำคัญที่แฝงอยู่ในประเพณีดังกล่าวนี้คือเรื่องจัดวางระบบความสัมพันธ์ในสังคม ประเพณีสิบสองเป็งได้วางมาตรฐานระบบความสัมพันธ์ของปัจเจกบุคคลกับวัด(ศูนย์กลางของชุมชน) ความสัมพันธ์ของปัจเจกบุคคลกับผู้มีอุปการคุณ และความสัมพันธ์ของปัจเจกบุคคลกับบุคคลอื่น ๆ ในชุมชน
ช่วงเข้าพรรษาเป็นช่วงที่มีกุลบุตรเข้ามาบวชจำพรรษาจำนวนมาก และถือเป็นภาระของทุกคนในชุมชนที่จะต้องให้การอุปถัมภ์บำรุงพระสงฆ์เหล่านั้นให้มีปัจจัย ๔ เป็นสัปปายะ(สะดวกสบาย) เพื่อไม่ให้ท่านเหล่านั้นมีปาลิโพธ(ความกังวลใจ)อันจะเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติธรรมฝึกตนต่อไป ประเพณีการทำบุญอุทิศถึงผู้ตายในเดือนสิบสองเป็งจึงนับเป็นการจัดระบบความสัมพันธ์ของปัจเจกบุคคลที่มีต่อวัดในฐานะที่เป็นทิศเบื้องบนตามหลักทิศหกในพระพุทธศาสนา พระภิกษุสงฆ์ที่จำพรรษาในวัดก็ได้รับอาหารสำหรับการบริโภคขบฉันอย่างเพียงพอ และที่สำคัญวัดในล้านนาก็มีภูมิปัญญาในการเก็บถนอมอาหารไว้บริโภคได้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือการเก็บอาหารที่เหลือจากการบริโภคในวันดังกล่าวไว้ทำแกงโฮ๊ะเพื่อบริโภคในวันต่อ ๆ ไป (หากมีโอกาสจะนำภูมิปัญญาเรื่องแกงโฮ๊ะมาเสนอท่านผู้อ่านต่อไป)
การรำลึกถึงผู้มีอุปการคุณตามหลักพระพุทธศาสนา ผู้ได้รับอุปการะอาจมีปฏิการะได้หลากหลายวิธีด้วยกัน กล่าวคือเมื่อคราวที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ก็แบ่งปันวัตถุสิ่งของที่เป็นปัจจัยในการดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างเพียงพอและเหมาะสมกับอัตภาพ ช่วยทำกิจที่ตนมีศักยภาพจะช่วยได้ รวมถึงประพฤติตนอยู่ในศีลธรรมจรรยาที่ดีที่เหมาะสม และเมื่อท่านล่วงลับหรือถึงแก่กรรมไปก็ขวนขวายในการทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปถึง นับเป็นโชคดีอย่างยิ่งที่คนล้านนายังคงดำรงตนอยู่ตามหลักนี้อย่างเคร่งครัดผ่านประเพณีสิบสองเป็ง เพราะการรำลึกถึงใครสักคนที่มีอุปการคุณแก่ตน บุคคลย่อมรำลึกถึงสิ่งที่เป็นความดีงามที่เราได้รับจากท่านนั้น ๆ เมื่อรำลึกถึงความดีท่านทำ จิตของเราก็ย่อมน้อมไปในทางที่ดี นั่นย่อมหมายถึงการปฏิบัติที่ถูกต้องเหมาะสมของบุคคลในที่สุด จะเห็นได้ว่าการจัดระบบความสัมพันธ์ดังกล่าวมุ่งผลที่เกิดแก่ทั้งสองฝ่ายเป็นสำคัญ
ในชุมชนล้านนา การแบ่งปันกันในเรื่องปัจจัยสี่ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตถือเป็นเรื่องที่เป็นวิถีชิวิตของคนล้านนามาแต่โบราณ ในช่วงแห่งประเพณีสิบสองเป็ง คนล้านนาต่างก็ตระเตรียมสิ่งของที่จะนำไปทำบุญอุทิศถึงผู้มีอุปการคุณซึ่งล่วงลับไป สิ่งของทำบุญโดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งซึ่งสามารถผลิตเองได้ในครอบครัวก็ย่อมจะแตกต่างกันไปตามความสามารถในการผลิต ตามฐานะ ตามความสนใจ และตามความต้องการของครอบครัวที่จะทำบุญอุทิศในสิ่งที่เป็นที่พึงพอใจของผู้ซึ่งตนจะอุทิศให้เป็นสำคัญ ดังนั้นสิ่งของทำบุญก็ย่อมมีความหลากหลายเป็นอย่างยิ่ง นั่นเป็นที่มาที่สำคัญของการสร้างความสัมพันธ์ของปัจเจกบุคคล โดยเฉพาะของครอบครัวกับสังคม เพราะเมื่อต่างก็มีสิ่งของที่ตนเองตั้งใจผลิตในโอกาสพิเศษเช่นนี้ที่อยากให้ผู้อื่นได้ลองลิ้มชิมรสฝีมือการผลิตของตน ทั้งที่เป็นอาหารคาวและของหวาน การหยิบยื่นแบ่งปันในลักษณะที่เป็นการแลกเปลี่ยนระหว่างกัน ย่อมนำมาซึ่งสัมพันธภาพอันดีของคนในชุมชน ที่ประเพณีสิบสองเป็งกำหนดเป็นระบบความสัมพันธ์เอาไว้อย่างน่าชื่นชมยิ่ง
ย้อนกลับมาดูความสัมพันธ์ในสังคมสมัยใหม่ ร่องรอยแห่งความสัมพันธ์ตามหลักแห่งภูมิปัญญาล้านนาที่มีฐานคิดมาจากพระพุทธศาสนาอย่างที่ปรากฏในประเพณีสิบสองเป็งนั้นดูเลือนลางยิ่ง การทบทวนสาระของประเพณีสิบสองเป็งจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อนำสาระแห่งประเพณีสิบสองเป็นมารับใช้สังคมในภาวการณ์ที่เปลี่ยนไปอย่างสมสมัย เช่น แม้วิถีการทำบุญจะมุ่งรับใช้ระบบทุนนิยมที่ผ่านสังฆทานแบบถังเหลือง แต่ทำอย่างไรจะยังคงสาระแห่งการอุปถัมภ์บำรุงพระภิกษุสงฆ์ไว้ได้อย่างเหนียวแน่น แม้วิถีการทำบุญจะเปลี่ยนไป แต่จะยังสาระแห่งการรำลึกถึงคุณความดีพร้อมทั้งนำมาสู่การปฏิบัติเพื่อความดีงามแก่ชีวิต หรือแม้วิถีการผลิตสิ่งของทำบุญเปลี่ยนไป แต่จะคงสาระแห่งการแบ่งปันแลกเปลี่ยนไว้ได้อย่างไร เพื่อทรงความสัมพันธ์ระหว่างปัจเจกบุคคลกับบุคคลอื่นในชุมชนไว้ได้ นี่ล้วนเป็นสิ่งท้าทายสำหรับลูกหลานคนล้านนาที่สั่งสมภูมิปัญญาที่ดีงามไว้ให้ ว่าพวกเราจะนำภูมิปัญญาเหล่านี้มาประยุกต์อย่างสมสมัย
บทความล่าสุดที่เกี่ยวข้องกันในกลุ่มเรื่องบันทึกล้านนา
- ประเพณีสืบชะตา - February 3rd, 2010
- ตามรอยจอบแรกครูบาศรีวิชัย - October 27th, 2009
- ตั๋วเมือง (Lanna Language) - August 28th, 2009
- วิถีชีวิตในพม่าที่น่าสัมผัส - August 20th, 2009
- ประเพณีการทำบุญสิบสองเป็ง (เพ็ง) - August 19th, 2009
- การบูชาธาตุ ๔ - August 12th, 2009
- ตำนานประวัติความเป็นมาของคาถาชินบัญชร - August 12th, 2009
- คำกล่าวในการทำพิธีสู่ขวัญ - August 12th, 2009
- นกหัสดีลิงค์ - August 10th, 2009

