August 12, 2009

คำกล่าวในการทำพิธีสู่ขวัญ

บายศรีสู่ขวัญ-อ.มณี

คำกล่าวในการทำพิธีสู่ขวัญ  และคำกล่าวสระเกล้าดำหัวเจ้าเมืองเชียงใหม่

โดย  ศรีเลา เกษพรหม
สถาบันวิจัยสังคม  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
พ.ศ. 2550

การทำพิธีบายศรีสู่ขวัญเจ้าเมืองเชียงใหม่    จะกระทำเมื่อขึ้นเป็นเจ้าเมือง  และต่อมาเมื่อรวมล้านนาเป็นส่วนหนึ่งของสยามแล้ว    เมื่อได้รับพระราชทานชั้นยศจากกษัตริย์กรุงเทพฯ  มีการฉลองเสกส้อมย้อมยศ  จะมีพิธีบายศรีสู่ขวัญ  อุปกรณ์ทำพิธีประกอบด้วยพานบายศรี  คนล้านนาเรียก “ขันผูกมือ”  มีหัวหมู มีไก่ต้ม มีข้าวสุก มีขนมและผลไม้ต่าง ๆ   เมื่อยกเครื่องบายศรีตั้งตรงหน้าแล้วจึงยกประเคนให้เจ้าเมือง    จากนั้นอาจารย์ผู้มีอาวุโสจะกล่าวคำโอกาสเรียกขวัญ  ซึ่งในสมัยโบราณเรียกว่า “คำน้อมขวัญเจ้าเมือง”

คำโอกาสกล่าวในการน้อมขวัญ  ซึ่งบันทึกไว้ในพับหนังสา  เป็นคำร้อยแก้ว  สำหรับภาษาที่ใช้กล่าวมีทั้งภาษาบาลี ภาษาไทยยวน บางส่วนเป็นคำราชาศัพท์  ซึ่งแสดงว่าถึงแม้เชียงใหม่จะขึ้นต่อกรุงเทพฯ  และถือว่ากษัตริย์เป็นกษัตริย์ใหญ่  แต่ก็ยังถือว่าเจ้าเมืองเชียงใหม่เป็นเชื้อพระวงศ์สืบสายมา  จึงใช้คำราชาศัพท์ให้คล้ายกันกับที่ใช้กับกษัตริย์กรุงเทพฯ  แต่ข้าพเจ้าไม่รู้ภาษาบาลี  จึงขอสะกดตามที่เขียนไว้ในพับหนังสา  เมื่อท่านผู้รู้ได้อ่านกรุณาแก้ภาษาให้ด้วย

คำน้อมขวัญเจ้าเมืองเชียงใหม่

สิริวิสุทธิ        ข้าพระบาททั้งปวง
เลิกวรทัสสอัญชุลี        สรีวรทัสสนะ
ขรัสสมุชชลิตตะ        ขรัสสโมธาน
ขริตัญชุลี        สรีสินิทธบังคม
ประนมอภิวาท        สุวรรณวรบาทยุคคล
รัตนจักกะสมเด็จเสฏฐะ        วรสิริอุพยสุทธา
ทายาทวรทัสสพิทธะ        ธรรมธรติเรก
อเนกเตโชไชย        สวัสติ
สรีภูวนาฎ        สักกโมฬี
สรีสุริยวังโส        พรหมเทพาติเทพิน
นรเปสวปรมมัย        สวราธิปติ
ปรมนาถบรมบพิตร        พระเป็นเจ้าหอคำ
องค์เป็นพระภูวนาธิปติ        วรสถิตยพิสัย
ในอุตมระวง         โขงสุวรรณะ
รัตนติงสาอภินว        นพบุรีสรีหริภุญไชย
เมืองพิงเชียงใหม่        มหานครราชธานี
ถวายขราบไหว้        พระราชอาชญา
ในรวายศีปีนี้เดือนนี้        วันนี้ ยามนี้หากเป็นวันดี
สรีสุภมัคละอันประเสริฐ        เป็นรัสสะฟ้าขาวดาวสอง
พระจันทร์เสด็จเข้าสู่เสวย        นักขัตตฤกษ์ดวงดี
ในหกวิถีอากาศ        ดูวิลาศ ด้วยลัคนา
เป็นวันไชยติดถึอุตตมโยค        จำเริญโลกจักรวาล
ครานี้ข้าพระบาททั้งปวง        มาขงขวายตกแต่งรังดา
ได้นำมายังกุกกุฎ สุกระ        กทลิ อุงจุกรัสสะ
กวลี ตัมพูล ขัตต        มัททภัณฑา
เภสัช มะธุบุปผา        มาลาคันธรัสสะวิเลปนะ
มากระทำหื้อเป็น        สัมพันธโกฐาส
มาสถิตยตั้งไว้        ซ้องพระเนตรไท้เอกราชา
พระวรบพิตร        พระเป็นเจ้าองค์ประเสริฐ
ขออังคราดราธนา        เหยียดยังสุวรรณหัตถา
ปฏิคหกรับเอาแล้ว        จุ่งจำยกหนาดยายฟายไว้
ยังท้าวผู้แหนแถนผู้คม        แล้ข้าวขวัญวันมิ่งไท้ กษัตรา
32 ขวัญสุพรรณา        หื้อมาเล่า
92 ขวัญเอกราชาเจ้า        จุ่งหื้อมารอม
จิตตสุวรรณสันดาน        ร้อยซาวลูก
จุ่งหื้อพร้อมถูก        สุวรรณกายา
จุ่งหื้อสถิตย์ใน        สุวรรณผังคลาปราสาท
หื้อดูวิลาสดั่งอินทรา        ท้าวพญาทั้งหลาย
อันอยู่ในนานาทิสสะ        อันได้ร้อยเอ็ดเมือง
อันเป็นอัญประเทศ        จุ่งหื้อมีจิตใจอ่อนน้อม
ค้อมเข้ามาสู่ขร่าย        ราชสถาน
นำมายังราชปัณณาการหลายสิ่ง        ทุกเมืองยิ่งวรรณนา
แม่นจักเสด็จยาตรา        ยัวริยาดด้วยราชยาน
อัสสะ หัตถิสุวรรณ        ยั่วยานคานหวาย
รัตนมุกขมังคละ        ไปทิสหนใด
จุ่งหื้อมีไชยลาภ        ผาบแพ้ชนะข้าศึกษสัตรู
อุปัทวกังวล        อนตราย
อันจักบังเกิด        หื้อเดือดร้อนสุวรรณหรทัย
จุ่งหื้อเป็นจลาภิจลัยวินาศ        คลาดจากสุวรรณกายา
แล้วจุ่งหื้อนำมา        ยังปัญจยุวรรณา
ทิธรรมวุฒิ 5 สิ่ง        สรีสุขสวัสดียิ่งทีฆา
อายุสถิตย์หมั้นแก่นยืนยาว        ได้ร้อยซาวพระวรรษา
แล้วขอจุ่งหื้อ        สุวรรณเปกขุณา
ปกห่งเหลื่อมงำ        ข้าพระบาทเจ้าทั้งปวง
เข้าสุขย้อน        เตชบุญบารมี
พระพุทธิเจ้า        ล้นเกล้าล้นกระหม่อม
สัพพะกิจจะ        อภิวันทนา
ผิพอข้าพระบาทเจ้า        ทั้งปวง
ถวายขราบพระราช        อาชญาคำ

พิธีสระเกล้าดำหัวเจ้าเมืองเชียงใหม่

เมื่อถึงวันปีใหม่สงกรานต์  อุปราชวงศ์ และข้าราชการชั้นสูง  จะแต่งเครื่องสระเกล้าดำหัว  ซึ่งประกอบด้วย  ข้าวตอกดอกไม้ธูปเทียน  ห่อหมากห่อพลู  ข้าวอาหาร  ขนมผลไม้  ที่ขาดไม่ได้คือน้ำส้มป่อย  ไปมอบถวายแด่เจ้าเมืองเชียงใหม่ เพื่อเป็นการขอขมา 1 ปีที่ผ่านมาถ้าแม้นว่าราชวงศ์ และข้าราชการ  ได้ประมาทล่วงล้ำกล้ำเกินเจ้าเมืองเชียงใหม่ด้วยกายวาจาใจ  ก็เกรงว่าจะเป็นบาปกรรมแก่ตนเอง  จึงต้องมีการดำหัวเพื่อให้หายโทษ  และเป็นการขอลาภขอพร

คราบัดนี้    โบราณมหาศักราช
ข้ามล่วงพ้นไปแล้ว    อาทิตย์เสด็จเข้าสู่เมษรวายศี เป็นจุล
ศักราชปีใหม่มาเถิง    ข้าพนะบาททั้งปวง
มาร่ำเพิงเถิงยังโยคาวจร    ปัณฑิตฝูงเป็นแล้วแต่ก่อน
ข้าพระบาททั้งมวล    น้อมนำมายังอุทกคันโธ
มะธุบุปผามาลา    คันธวิเลปันนรัสส
มาสัตตฐตั้งไว้    ซ้องพระเนกไท้เอกราชาพระปรม
บพิตร    พระเป็นเจ้าองค์ประเสริบ
ขออังคราดราธนา    เหยียดสุวรรณหัตถา
ปฏิคคหกรับเอาแล้ว    ขมาลาลดปลดเสียยัง
โอสาโรปมาทธรรม    กรรมอันจักห้ามเสียยัง
ติวิทธสุข 3 ประการ    สุขอันมีนิพพานเป็นที่แล้ว
ด้วยเตชกุสลบุญ    อันเกิดแต่อุทกคันโธ
มะธุบุปผามาลา    คันธวิเลปันนรัสสอันนี้
แม่นพระปรมบพิตร    พระเป็นเจ้าจักสถิตยอยู่ใน
สุวรรณผางคาปราสาท    หื้อดูวิลาสดั่งนรินทรา
ท้าวพญาอันอยู่นานาทิส    อันได้ร้อยเอ็ดเมือง
อยู่อญประเทศ จุ่งหื้อมี    จิตใจเจตใจอ่อนน้อม
ค้อมเข้ามาสู่ขร่าย    ราชสมภาร
นำมายังบรรณาการหลายสิ่ง    ทุกเมืองยิ่งวรรณนา
แม่นจักเสด็จยาตรา    โยริยาดด้วยราชยาน
อัสสหัตถีสุวรรณยั่วยานคำ    หวายรัตนมุกขมังคล
ไปทิสหนใดจุ่งหื้อมีไชยลาภ    ผาบแพ้ชนะข้าเสิกสัตรู
อุปัทวกังวลอนตรายอันมาบังเกิด    หื้อเดือนร้อนสุวรรณหรทัย
จุ่งหื้อเป็นจลาภิจลัยวินาศ    คราดจากสุวรรณกายา
แล้วจุ่งหื้อนำมายัง    ปัญจายุวรรณาทิธรรมวุฒิ 5 สิ่ง
สรีสวัสดียิ่งทีฆาอายุ    หื้อสถิตยหมั้นแก่นยืนยาว
ได้ร้อยซาวพระวรรษา    แล้วขอหื้อสุวรรณเปกขนา
แผ่กว้างเหลื่อมงำ    ปกห่มข้าพระบาททั้งปวง
ขอหื้อข้าพระบาททั้งปวง    ได้สุขย้อนเตชบารมี
บุญพระพุทธิเจ้า    ล้นเกล้าล้นกระหม่อม
สัพพะกิจอภิวันทนกรรมทั้งปวง    ผิดพอ ข้าพระบาททั้งปวง
ถวายกราบไหว้    พระราชอาชญาคำ

Post to Twitter


บทความที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
» ประเพณีสืบชะตา » ตามรอยจอบแรกครูบาศรีวิชัย » ตั๋วเมือง (Lanna Language) » วิถีชีวิตในพม่าที่น่าสัมผัส » ประเพณีการทำบุญสิบสองเป็ง (เพ็ง)

ยังไม่มีผู้แสดงความคิดเห็น »

ยังไม่มีผู้แสดงความคิดเห็น

RSS feed for comments on this post. TrackBack URL

เขียนแสดงความคิดเห็น

 
asaengrit@hotmail.com
kaminrider@hotmail.com
jarus@hotmail.com
info@maxx.me
086 654 7376
087 187 7707
053 221 097