August 12, 2009

ตำนานประวัติความเป็นมาของคาถาชินบัญชร

Filed under: บันทึกล้านนา — Kamin Rider @ 3:31 pm

สมเด็จโต-คาถาชินบัญชร-1

ตำนานประวัติความเป็นมาของคาถาชินบัญชร

โดย ศรีเลา เกษพรหม

สถาบันวิจัยสังคม  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

——————————————————

คาถาชินบัญชร  เป็นคาถาที่นิยมสวดและนับถือกันทั่วไปในเมืองไทย  ในพม่า  และในประเทศศรีลังกา  ในเมืองไทยนั้นเป็นที่รู้จักของคนโดยทั่วไป  แต่ยังไม่มีใครทราบแน่ชัดว่า  คาถานี้แต่งขึ้นที่ใด ใครเป็นคนแต่ง  บางท่านก็ว่าแต่งโดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรํสี)  วัดระฆังโฆสิตาราม  เพราะทราบว่าท่านใช้สวดประจำ  บางท่านก็ว่าแต่งโดยพระเถระชาวเชียงใหม่รูปหนึ่งไม่ปรากฏชื่อ

พระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราช  วัดบวรนิเวศวิหาร  ทรงได้ตรวจชำระคาถาชินบัญชรแล้วให้พิมพ์แจกเป็นธรรมทานในการบำเพ็ญกุศลคล้ายวันเกิดเมื่อ พ.ศ.2518  และทรงสนพระทัยความเป็นมาของคาถานี้มาก  จึงได้ทรงสืบเสาะเรื่องนี้  และได้สรุปตามหลักฐานเท่าที่มีในครั้งนั้นว่า  คาถาชินบัญชรนี้พระเถรชาวเชียงใหม่รูปหนึ่งเป็นผู้แต่งเมื่อ  400  ปีเศษมาแล้ว

ต่อมาข้าพเจ้าได้พบคัมภีร์ใบลานผูก  1  บอกไว้ว่าผูก  7  ใบลานกว้าง  4.5 ซม.  ยาว  47  ซม. เดิมใบลานผูกนี้มี  34  หน้า  ปัจจุบันหน้าที่  1 – 6  ขาดหายไป  คาถาชินบัญชรในใบลานผูกนี้มีด้วยกัน 15 บท  ตัวคาถาคงเริ่มที่หน้าแรก  จบที่หน้า  7  เพราะบรรทัดแรกของหน้า  7  เป็นปลายคาถาบทที่  15 เริ่มด้วย  “ธมมานุภาบาลโตติ //15//  ชยปญจร  ปณณรสคาถานิฏฐิตา”  น่าเสียดายที่ตัวคาถาชินบัญชรที่ครบทั้ง  15  บทได้หลุดหายไปกับใบลาน  6  หน้าตอนต้น  ต่อจากนั้นเป็นประวัติความเป็นมาของการแต่งคาถานี้ ณ ที่เมืองลังกา  โดยบอกถึงการแต่งคาถาว่า  8  ตัวเป็น  1  บาท  4  บาทเป็น  1  คาถา  ต่อจากนั้นเป็นคาถา  “อัฏฐชัยมังคละ” (พาหุง)  จำนวน  8  บท  พร้อมทั้งคำอธิบายวิธีใช้  ต่อจากนั้นเป็นคาถา “สัมพุทเธ”  พร้อมทั้งคำอธิบายวิธีใช้  และบอกว่าคัดลอกคาถาสัมพุทเธนี้สืบต่อมาจากสังฆราชชาวหงสา  ต่อจากนั้นเป็นคาถา “พุทธคุณ”  จำนวน  12  บท  ต่อจากนั้นเป็นคาถาชื่อ “มัจฉราชจริยา” ต่อจากนั้นเป็นคาถาชินบัญชรอีกครั้งหนึ่ง  แต่มีเพียง  8  บทเท่านั้น  และในคัมภีร์ใบลานผูกนั้นได้กล่าวถึงประวัติความเป็นมาของคาถาชินบัญชรไว้ด้วย

ในตอนท้ายข้าพเจ้าจะนำเอาคาถาและคำแปลเป็นประโยคๆ ที่มีอยู่ในใบลาน  อันพระสงฆ์ในสมัยโบราณได้แปลไว้  มาลงให้อ่าน  เพื่อท่านที่นิยมสวดคาถาชินบัญชรจะได้รู้คำแปลทำให้เกิดความเชื่อมั่นในคาถามากขึ้น

ตำนานประวัติความเป็นมา

คาถาชินบัญชรเกิดขึ้นที่ประเทศลังกา  ตามประวัตินิทานในใบลานกล่าวไว้ว่า  มีพระราชาของลังกาพระองค์หนึ่ง  ทรงมีโอรสกับพระมเหสี  จึงเป็นที่ปลาบปลื้มพระทัยของพระองค์ยิ่งนัก  หลังจากนั้นจึงให้หมอโหรทายทักดวงชะตาของพระโอรส  หมอโหรได้ตรวจดูดวงชะตาราศีแล้วทายทักว่า  เมื่อพระโอรสมีพระชนมายุได้  7  ปีกับอีก  7  เดือน  จะถูกฟ้าผ่าถึงแก่สวรรคต  ในตอนแรกพระราชาก็คงไม่ทรงเชื่อมากนัก  อยู่ต่อมาจนกระทั่งอายุของพระโอรสได้  7  ปีกว่าๆ แต่ยังไม่ถึงกว่า  7  เดือน  พระโอรสกำลังน่ารัก  พระองค์จึงเกิดการปริวิตกพระทัย  คิดว่าถ้าเกิดเหตุจริงตามที่หมอโหรได้ทายไว้  จะเสียพระโอรสไป  จึงได้ทรงปรึกษาข้อปริวิตกเรื่องนี้แก่พระสงฆ์เถระในลังกา  เพื่อหาทางหลีกเลี่ยงภัยอันจะเกิดขึ้นแก่ราชโอรส  พระเถระชาวลังกาจำนวน 14 รูป  จึงได้ประชุมตกลงกันจะประกอบพิธีขึ้นที่ปราสาทของกษัตริย์ลังกาชั้นที่  7  โดยพระสงฆ์ทั้ง  14  รูปได้แบ่งหน้าที่กัน  โดยให้แต่ละรูปแต่งคาถาขึ้นรูปละ  1  บท  และที่สำหรับแต่งคาถานั้นอยู่ใกล้กับป่องบัญชร  คาถานั้นจึงได้ชื่อว่า  ชัยบัญชร  เมื่อแต่งคาถาเสร็จแล้วมีจำนวน  14  บท  จึงให้พระราชาบูชาด้วยอามิสต่างๆ เช่นอาสนะ  ฉัตร  พัด  ช่อ  ธง เทียนธูป  ประทีป  ข้าวตอกดอกไม้เป็นต้น  แล้วให้พระโอรสเรียนเอาคาถานั้นท่องบ่นทุกวัน

เมื่อถึงกำหนดวันที่โหรได้ทำนายไว้  คืออายุพระโอรสครบ  7  ปี  กับ  7  เดือน  ฟ้าได้ผ่าลงมาจริง  แต่ไม่ถูกพระโอรส  แต่ผ่าถูกหินก้อน  1  อยู่ทางทิศตะวันตกเมืองลังกา  พระโอรสจึงได้แคล้วคลาดจากภัยในครั้งนั้น  เชื่อว่าเป็นเพราะพระโอรสได้ท่องบ่นคาถาที่พระสงฆ์ทั้ง  14  รูปแต่งขึ้นนั้นเอง  และนอกจากนั้นยังทำให้พระโอรสมีอายุยืนยาวได้สืบต่อราชสมบัติแทนพระราชบิดา  ปกครองบ้านเมืองด้วยความผาสุกจนสิ้นอายุขัย

นำคาถาชินบัญชรจากลังกาเข้ามาในล้านนา

เมื่อราว พ.ศ.1981 / A.D.1438  มีพระมหาเถรองค์  1  ชื่อ  ชัยมังคละ  อยู่วัดมหาธาตุ

เมืองหริภุญไชย  (ปัจจุบันวัดพระธาตุหริภุญไชย)  เป็นผู้อุปัฏฐากองค์พระธาตุ  ได้เดินทางไปไหว้พระทันตธาตุที่เมืองลังกา  และได้เสาะแสวงหามนต์ศาสตรศิลป์กับครูบานักปราชญ์ชาวลังกา  นักปราชญ์ชาวลังกาจึงได้มอบคาถา  14  บท  พร้อมทั้งวิธีการใช้ให้แก่มหาเถรชัยมังคละ  มหาเถรชัยมังคละจึงคัดลอกคาถานั้นลงใบลาน  เมื่อเสร็จแล้วพระมหาเถรจึงเดินทางกลับเมืองหริภุญไชย  ต่อมาพระมหาเถรจึงได้เขียนคาถา  14  บทที่คัดลอกจากเมืองลังกาถวายแด่พญาติโลกราช  กษัตริย์เมืองเชียงใหม่  เพื่อใช้สวดก่อนนอน  จึงทำให้พญาติโลกราชอยู่ด้วยความสุขความเจริญ  ปราบชนะข้าศึกทั้งปวง  และมีอายุยืนยาว  ได้สร้างและบูรณะวัดวาอารามในศาสนา  เช่นพระธาตุหริภุญไชย  เป็นต้น  เสนาอามาตย์  และข้าทาสบริวาร  ไพร่ฟ้าประชาชนทั่วไปจึงพากันเรียนเอาคาถา  14  บทนั้นไว้ท่องบ่นสักการะบูชา  จึงทำให้ชาวบ้านชาวเมืองมีความสุขความเจริญโดยทั่วหน้ากัน

สมเด็จโต-คาถาชินบัญชร-2

(คาถาชินบัญชรพร้อมคำแปล)

ดูกราสัปปุริสทังหลาย  อะหัง อันว่าข้า  คาระโว เป็นผู้ไปกับด้วยอันครบยำ  สัปปุริโส เป็นไปกับอันอ่อนน้อม  สัตถารัง ยังสัพพัญญูเจ้าตนเป็นครูสั่งสอนคนและเทวดาทังหลาย  มะมะสีลังจะ อันตนข้าทังมวลนี้บูชา  ระหัง ขอถวายเป็นเครื่องบูชาสัพพัญญูเจ้าทีนี้  เจติยะวะรานิวิยะ เหมือนดังเรือนแห่งพระเจดีย์เจ้า 3 ประการ  คือว่าสรีระเจดีย์  ปริโภคะเจดีย์  อุทเทสะเจดีย์  เยพุทธา อันว่าพระพุทธเจ้าทังหลายฝูงใด  อัฏฐะวีสะติ อันได้ 28 พระองค์  ตัณหังกะราทะโย อันมีพระเจ้าตัณหังกรเป็นเค้าพระเจ้าฝูงนั้น  นะราสัพภา อันประเสริฐกว่าคนทังหลาย  นายะกา อันเป็นนายนำหมู่นำสัตว์เข้าสู่นิพพาน

ชะยาสะนากะตา อันผจญแพ้ยังฤกษ์ฟ้าคือว่ากิเลสตัณหาทังมวล  เชต๖วา ผจญแพ้แล้ว มารัง ยังมาร  สวาหะนัง กับทังริพลมารและเสนามาร  พระพุทธเจ้าทั้งหลายฝูงนั้น  ปิวิงสุ ก็ดูดกิน  จะตุสัจจัง  มะตะระสัง ยังน้ำอะมะฤตคือสัจจะ 4 ประการ  เตพุทธา อันว่าพระพุทธเจ้าทั้งหลายฝูงนั้น  สัพเพ ทั้งมวล  มุนิสสะรา อันเป็นใหญ่กว่านักปราชญ์ทั้งหลาย  ปะติฏฐิโต จุ่งมาตั้งอยู่  มัตถะเก ในกระหม่อมแห่งผู้ข้าทั้งหลายเทอะ  พุทโธ อันว่าพระพุทธเจ้าฝูงประกอบด้วยคุณทังหลายคือ ทะสะคุณ และ นะวะคุณ ทั้งหลายอันมีอะระหันตะคุณเป็นเค้า สิเสปะติฏฐิโต จุ่งมาตั้งอยู่เหนือหัวแห่งผู้ข้าทั้งหลายเทอะ  ธัมโม อันว่าพระสัทธัมเจ้า 9 ประการ 10 กับทั้งพระปริยัติธรรม อันประกอบด้วยคุณทังหลาย 3 ประการ อันมี สวาขาตะคุณเป็นเค้า  ปะติฏฐิโต จุ่งมาตั้งอยู่  ทวิโรจะโน ในตาแห่งผู้ข้าทั้งหลายเทอะ  สังโฆ อันว่าพระอริยเจ้าตนประกอบด้วยคุณอันอุปัฏฐากแก่สัพพัญญูเจ้า  ราหุละเถระเจ้าตนเกิดมาแต่อกแห่งพระพุทธเจ้าก็ดี  อาสุง จุ่งมาตั้งอยู่  ทักขิเณ สะวะเน มัยหัง ในหูกล้ำขวาแห่งผู้ข้าทั้งหลายเทอะ  อุพภะเถโร อันว่ามหาเถรเจ้า 2 พระองค์  กัสสะโป จะ มะหานาโม คือว่ามหากัสสะปะเถระเจ้า ตนประกอบด้วยอันทรงบังสุกุลอันประเสริฐก็ดี  มหานามะเถระเจ้าก็ดี  วามะโส ตะเก ปะติฏฐิตา จุ่งมาตั้งอยู่ในหูกล้ำซ้ายแห่งผู้ข้าทั้งหลายเทอะ  เกสันเต ปิฏฐิภาคัสะมิง สุริโย  จะ ปะภังกะโร นิสินโน สิริสัมปันโน โสภิโต มุนิปุงคะโว อันว่ามหาโสภิตะเถระเจ้า มุนิปุงคะโว อันประเสริฐกว่านักปราชญ์ทั้งหลาย  สิริสัมปันโน อันประกอบด้วยศีลอันประเสริฐ  สุริโย จะ ปะภังกะโร  อันกระทำรัศมีรังสีอันรุ่งเรืองงามดีเป็นประดุจดั่งรัศมีแห่งพระอาทิตย์  นิสินโน จุ่งมาตั้งอยู่  เกสันเต ปิฏฐิภาคัสะมิง ในที่สุดปลายผมเบื้องหลังแห่งผู้ข้าทั้งหลายเทอะ  กุมาระกัสสะโปนามะ  พระกุมาระกัสสะปะเถระเจ้า  มเหสิโน อันมีปกติอันแสวงหายังคุณอันประเสริฐ  จิตตะวาทะโก อันกล่าวคำอันม่วนเพราะเสนาะใจ  โสเถโร อัน มหากัสสะปะเถระเจ้าตนนั้น  คุณากะโร อันบัวระมวลด้วยคุณทั้งมวล  ปติฏฐาสิ จุ่งมาตั้งอยู่ มัยหัง วะทะเน นิจจัง ในปากแห่งผู้ข้าเป็นอันเที่ยงแท้เทอะ  อิเมปัญจะมะหาเถรา อันว่ามะหาเถระเจ้า 5 พระองค์ฝูงนั้น  ปุณโณ อังคุลิมาโล จะ คือมะหาปุณณะเถระเจ้าก็ดี  มะหาอังคุลิมาละเถระเจ้าก็ดี  มะหาอุปาลี  นันทะสิพะลี  มะหาอุบาลีเจ้าก็ดี  มะหาอานันทะเถระเจ้าก็ดี  ติละกา อันปรากฏในโลกทั้ง 3 คือ กามะโลก รูปะโลก อะรูปะโลก  นะราเต มะมะ ปะติฏฐิตา จุ่งมาตั้งอยู่หน้าผากแห่งผู้ข้าทั้งหลายเทอะ  เสสาสีติ มะหาเถรา อันว่ามะหาเถรเจ้าอันเหลือกว่าอันได้กล่าวพระนามมาแล้วแต่ภายหลังนั้น  ชิตะวันตา อันมีกิเลสหากผจญแพ้แล้ว  ชิโนระสา อันเกิดมาแต่อกแห่งพระพุทธเจ้า  ชะลันตา สีละเตเชนะ อันรุ่งเรืองด้วยเตชะศีลแห่งตน  อังคะมังเคสุ ปติฏฐิตา จุ่งมาตั้งอยู่ในองค์อันใหญ่อันน้อยแห่งผู้ข้าทั้งหลายเทอะ  ระตะนัง อันว่ารัตนะสูตร  ปุระโต อาสิ จุ่งมาตั้งอยู่กล้ำหน้าแห่งผู้ข้าทั้งหลายเทอะ  เมตตะสุตตะกัง อันว่าเมตตะสูตร  ทักขิเณ อาสิ จุ่งมาตั้งอยู่ข้างกล้ำขวาแห่งผู้ข้าทั้งหลายเทอะ  ธะชัคคัง อันว่าธัชชัคคะสูตร ปัสสะโต จุ่งมาตั้งอยู่กล้ำหลังแห่งผู้ข้าทั้งหลายเทอะ  อังคุลิมาละกัง อันว่าอังคุลิมาละสูตรก็ดี  อาสิ จุ่งมาตั้งอยู่ข้างซ้ายแห่งผู้ข้าทั้งหลายเทอะ  ขันธะโมระปะริตตัญจะ อันว่าขันธะปริตตะสูตรก็ดี  โมระปริตตะสูตรก็ดี  อาฏานาฏิยะสุตตะกัง อันว่าอาฏานาฏิยะสูตรก็ดี  อากาเสสะทะนัง อาสิ จุ่งมาตั้งอยู่เป็นพิดานกั้งในอากาศภายบนหัวแห่งผู้ข้าทั้งหลายเทอะ  เสสาสุตตะ อันว่าสูตรทั้งหลายอันเศษเหลือกว่าสูตรอันกล่าวแล้วแต่ภายหลังนั้น  ชินนนังพะละสังยุตเต อันประกอบด้วยกำลังอาชญาแห่งพระพุทธเจ้า  ปัณณะรา จุ่งมาปรากฏเป็นกำแพงอันแล้วด้วยแก้วมณีโชติ และด้วยสูตรประการทั้งหลายฝูงนั้น  สัตตะปาการะลังกะเต อันประกอบด้วยอันรักษา 7 ประการ จุ่งมาแวดล้อมภายนอกตนแห่งผู้ข้าทั้งหลายทุกวันคืน  พะหิรัชฌะตุปัททะวา อันว่าอุปัททะวะทั้งหลายอันเป็นภายในและภายนอก  วาตาปิตตาทิสะชาตา อันเกิดมาในลม  อะวะเสสา วินะยัง ยันตุ จุ่งเถิงเซิ่งอันฉิบเสียบ่เศษหลอ  อนันตาชินะเตชะสา ด้วยเตชะแห่งสัพพัญญูเจ้าตนมีคุณหาที่สุดบ่ได้  วะสะโต เม แก่ข้าอันอยู่  สัมพุทธะปัญชะเร ในสีละปัญจะอันประเสริฐ คือว่าพระพุทธเจ้า  สักกัจเจนะ ด้วยอันครบยำ  สะทา ในกาลทุกเมื่อเทอะ  เต มะหาปุริสา อันว่ามหาปุริสะเจ้าฝูงนั้น  สะภา อันประเสริฐกว่าสัตว์ 2 ตีน และสรรพสัตว์ทั้งมวล  วะสันตา อยู่  มะหิตะเล เหนือแผ่นดินและภูผาในชุมพูทวีปทั้งมวล  สะทาปาเลนตุ จุ่งประกอบพิพักรักษา  มะยิ ในฝูงหมู่ข้าทั้งหลาย  วิหะรันตัง อันตั้งอยู่  ชินะปัญชะระมัชฌัมหิ ในที่ท่ามกลางขบวนกระอูบแก้ว คือว่าอาชญาแห่งพระพุทธเจ้าองค์ประเสริฐล้ำเลิศยิ่งนัก  มะหิตะเล เหนือแผ่นดิน  สะทา ในกาลทุกเมื่อเทอะ  อิจเจวะ เม กะโต สุรักโข ชินา นุภาเวนะ

ชิตุปัททะโว ธัมมานุภาเวนะ  ชิตาริสังโฆ สังฆานุภาเวนะ ชิตันตะราโย จะรามิ ธัมมานุภาเวนะ ปะริตโต อันว่ามนต์อันนี้ อิจเจวะ มักว่า เอวัง ด้วยประการเท่านี้  สุกะโต  อันผู้ข้าหากกระทำสวาทธิยายดีนัก สุรักขา อันผู้ข้ารักษาดีคุ้มครองไว้ดี  ชิตุปัททะวา ก็อาจผจญแพ้อุปัททวะอันตรายภัยหื้อหมดเสี้ยงบ่หื้อเศษหลอ  ชิตุปัททะวา  พุทธานุภาเวนะ ด้วยอานุภาพแห่งพระพุทธเจ้าหุ้มหัวผู้ข้า

ชิตะสังฆา ก็อาจผจญแพ้หมู่ข้าศึกศัตรูทั้งมวล  สังฆานุภาเวนะด้วยอำนาจพระสังฆเจ้าหุ้มหัวผู้ข้า  อะหัง อันว่าข้า  ธัมมานุภาเวนะ ปาระโต ด้วยอานุภาพพระสัทธรรมเจ้ามารักษากั้งบังดีนัก  จะรามิ หากจรเดินไปในทิศที่ใดก็ดี  ก็จุ่งแจ้งสว่างหายภัยอันตรายรำงับดับเสี้ยง  หะเม มักว่า  เอกันเตนะ อันมีเที่ยงแท้อย่าคลาดอย่าคลา  ด้วยอำนาจอาชญาแห่งพระรัตนตรัยเจ้า 3 ประการ  หากมาพิพักรักษายังตนตัวแห่งผู้ข้าทั้งหลายเทอะ     ชินะ ปัญชะระ ปะริตตัง นิฏฐิตัง

Post to Twitter


บทความที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
» ประเพณีสืบชะตา » ตามรอยจอบแรกครูบาศรีวิชัย » ตั๋วเมือง (Lanna Language) » วิถีชีวิตในพม่าที่น่าสัมผัส » ประเพณีการทำบุญสิบสองเป็ง (เพ็ง)

ยังไม่มีผู้แสดงความคิดเห็น »

ยังไม่มีผู้แสดงความคิดเห็น

RSS feed for comments on this post. TrackBack URL

เขียนแสดงความคิดเห็น

 
asaengrit@hotmail.com
kaminrider@hotmail.com
jarus@hotmail.com
info@maxx.me
086 654 7376
087 187 7707
053 221 097